Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 21 หน้าที่ 64

<< | หน้าที่ 64 | >>
การใฝ่หากาม การแสวงหาภพ

และการแสวงหาพรหมจรรย์

อันภิกษุในธรรมวินัยนี้สละได้เด็ดขาดแล้ว

การยึดถือว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้จริงอันเป็นพื้นฐานแห่งทิฏฐิ

ภิกษุถอนขึ้นแล้วด้วยอาการอย่างนี้

ภิกษุผู้คลายกำหนัดได้ทั้งหมด

หลุดพ้นเพราะสิ้นตัณหา

ชื่อว่าสละคืนการแสวงหา

ถอนรากฐานแห่งทิฏฐิได้

ภิกษุนั้นแลเป็นผู้สงบ

มีสติ สงบระงับ ไม่พ่ายแพ้

ชื่อว่าเป็นพุทธะ เพราะละมานะได้

เราเรียกว่า ผู้หลีกเร้น

ปฏิลีนสูตรที่ ๘ จบ


๙. อุชชยสูตร


ว่าด้วยปัญหาของอุชชยพราหมณ์


{๓๙} [๓๙] สมัยนั้น อุชชยพราหมณ์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้ สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้วจึงนั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า “แม้ท่านพระโคดมเองก็ทรงสรรเสริญยัญของพวก ข้าพเจ้าหรือ”

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “พราหมณ์ เราไม่ได้สรรเสริญยัญไปเสียทุกอย่าง และ เราก็ไม่ได้ติเตียนยัญไปเสียทั้งหมด เราไม่สรรเสริญยัญที่มีกิริยา คือ ยัญที่มีการฆ่า โค ๑ ยัญที่มีการฆ่าแพะ แกะ ๑ ยัญที่มีการฆ่าไก่ สุกร ๑ ยัญที่ทำให้สัตว์ต่าง ๆ

๑ กิริยา ในที่นี้หมายถึงกิจที่จะต้องทำหรือต้องเตรียมการมาก เช่น ต้องฆ่าสัตว์มาก (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๓๙/๓๔๑, องฺ.ปญฺจก.ฏีกา ๓/๑๔๒-๑๔๓/๕๙ และดู สํ.ส. ๑๕/๑๒๐/๙๒ ประกอบ)

สารบัญพระไตรปิฏก · Tipiṭaka