Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 21 หน้าที่ 73

<< | หน้าที่ 73 | >>
๑. ความเป็นผู้เคารพสัทธรรม ไม่เป็นผู้มักโกรธ

๒. ความเป็นผู้เคารพสัทธรรม ไม่เป็นผู้มักลบหลู่

๓. ความเป็นผู้เคารพสัทธรรม ไม่เป็นผู้เห็นแก่ลาภ

๔. ความเป็นผู้เคารพสัทธรรม ไม่เป็นผู้เห็นแก่สักการะ

ภิกษุทั้งหลาย สัทธรรม ๔ ประการนี้แล

ภิกษุผู้มักโกรธ มักลบหลู่

เห็นแก่ลาภและเห็นแก่สักการะ

ย่อมไม่งอกงามในสัทธรรม

เหมือนพืชที่หว่านไว้ในนาไม่ดี

ส่วนภิกษุผู้เคารพสัทธรรม

ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ย่อมงอกงามในธรรม

เหมือนต้นไม้งอกงามเพราะยางเหนียวฉะนั้น

ทุติยโกธครุสูตรที่ ๔ จบ


๕. โรหิตัสสสูตร


ว่าด้วยโรหิตัสสเทพบุตร


{๔๕} [๔๕] สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น โรหิตัสสเทพบุตรเมื่อราตรี ผ่านไป มีวรรณะงามยิ่ง ทำพระเชตวันทั้งสิ้นให้สว่างไสว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระองค์สามารถหรือหนอที่จะทรงรู้ ทรงเห็น หรือ ทรงถึงที่สุดแห่งโลก ที่สัตว์ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ ไม่อุบัติด้วยการไป”

๑ ราตรี ในที่นี้หมายถึงปฐมยาม (องฺ.ติก.อ. ๒/๑๒๘/๒๖๗)
๒ โลก ในที่นี้เทพบุตรหมายถึงโอกาสโลก คือ โลกจักรวาล (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๔๕/๓๔๔)

สารบัญพระไตรปิฏก · Tipiṭaka