Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 21 หน้าที่ 179

<< | หน้าที่ 179 | >>
๑. จงละกายทุจริต บำเพ็ญกายสุจริต และอย่าประมาทในการละ

กายทุจริตบำเพ็ญกายสุจริตนั้น

๒. จงละวจีทุจริต บำเพ็ญวจีสุจริต และอย่าประมาทในการละวจี

ทุจริตบำเพ็ญวจีสุจริตนั้น

๓. จงละมโนทุจริต บำเพ็ญมโนสุจริต และอย่าประมาทในการละ

มโนทุจริตบำเพ็ญมโนสุจริตนั้น

๔. จงละมิจฉาทิฏฐิ บำเพ็ญสัมมาทิฏฐิ และอย่าประมาทในการละ

มิจฉาทิฏฐิบำเพ็ญสัมมาทิฏฐินั้น

ภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดภิกษุละกายทุจริต บำเพ็ญกายสุจริต ละวจีทุจริต บำเพ็ญวจีสุจริต ละมโนทุจริต บำเพ็ญมโนสุจริต ละมิจฉาทิฏฐิ บำเพ็ญสัมมาทิฏฐิ เมื่อนั้นเธอย่อมไม่กลัวความตายที่จะมาถึงในวันข้างหน้า

อัปปมาทสูตรที่ ๖ จบ


๗. อารักขสูตร


ว่าด้วยสติเครื่องรักษา


{๑๑๗} [๑๑๗] ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงทำความไม่ประมาท คือ มีสติเครื่องรักษาใจ โดยสมควรแก่ตนในฐานะ ๔ ประการ

ฐานะ ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ

พึงทำความไม่ประมาท คือ มีสติเครื่องรักษาใจโดยสมควรแก่ตนว่า

๑. จิตของเราอย่ากำหนัดในธรรมที่เป็นเหตุแห่งความกำหนัด

๒. จิตของเราอย่าขัดเคืองในธรรมที่เป็นเหตุแห่งความขัดเคือง

๓. จิตของเราอย่าหลงในธรรมที่เป็นเหตุแห่งความหลง

๔. จิตของเราอย่ามัวเมาในธรรมที่เป็นเหตุแห่งความมัวเมา

ในกาลใด จิตของภิกษุไม่กำหนัดในธรรมที่เป็นเหตุแห่งความกำหนัดเพราะ ปราศจากความกำหนัด จิตไม่ขัดเคืองในธรรมที่เป็นเหตุแห่งความขัดเคืองเพราะ ปราศจากความขัดเคือง จิตไม่หลงในธรรมที่เป็นเหตุแห่งความหลงเพราะปราศจาก


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka