Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 21 หน้าที่ 244

<< | หน้าที่ 244 | >>
๓. มหาโกฏฐิตสูตร


ว่าด้วยพระมหาโกฏฐิตะ


{๑๗๓} [๑๗๓] ครั้งนั้นแล ท่านพระมหาโกฏฐิตะเข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ ได้สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้ว จึงนั่ง ณ ที่สมควร ได้ถามท่านพระสารีบุตรดังนี้ว่า

“ผู้มีอายุ เพราะผัสสายตนะ ๖ ประการดับไปไม่เหลือด้วยวิราคะ อะไรอื่น ยังมีอยู่หรือ

ท่านพระสารีบุตรตอบว่า “ผู้มีอายุ อย่ากล่าวอย่างนั้น”

ท่านพระมหาโกฏฐิตะถามว่า “ผู้มีอายุ เพราะผัสสายตนะ ๖ ประการดับไป ไม่เหลือด้วยวิราคะ อะไรอื่นไม่มีอยู่หรือ

“ผู้มีอายุ อย่ากล่าวอย่างนั้น”

“ผู้มีอายุ เพราะผัสสายตนะ ๖ ประการดับไปไม่เหลือด้วยวิราคะ อะไรอื่น ทั้งมีอยู่และไม่มีอยู่หรือ

“ผู้มีอายุ อย่ากล่าวอย่างนั้น”

“ผู้มีอายุ เพราะผัสสายตนะ ๖ ประการดับไปไม่เหลือด้วยวิราคะ อะไรอื่น มีอยู่ก็มิใช่ ไม่มีอยู่ก็มิใช่หรือ

“ผู้มีอายุ อย่ากล่าวอย่างนั้น”

๑ ผัสสายตนะ หมายถึงที่เกิดผัสสะ ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑๗๓/๓๙๖)
๒ หมายถึงกิเลสมีประมาณน้อยอย่างอื่นจากผัสสายตนะ ๖ นั้น (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑๗๓/๓๙๖)
๓ ลักษณะการถามอย่างนี้จัดเป็นการถามอย่างสัสสตวาทะ (ลัทธิที่ถือว่าอัตตาและโลกเที่ยง) (ดู ที.สี. (แปล) ๙/๓๐-๓๙/๑๑-๑๖)
๔ ลักษณะการถามแบบนี้จัดเป็นการถามอย่างอุจเฉทวาทะ (ลัทธิที่ถือว่าหลังจากตายแล้วอัตตาขาดสูญ) (ดู ที.สี. (แปล) ๙/๘๔-๙๒/๓๔-๓๖)
๕ ลักษณะการถามแบบนี้จัดเป็นการถามอย่างเอกัจจสัสสตวาทะ (ลัทธิที่ถือว่าบางอย่างเที่ยง) (ดู ที.สี. (แปล) ๙/๓๘-๕๗/๑๖-๒๔)
๖ ลักษณะการถามแบบนี้ จัดเป็นการถามอย่างอมราวิกเขปวาทะ (ลัทธิที่พูดหลบเลี่ยง ไม่แน่นอนตายตัว) (ดู ที.สี. (แปล) ๙/๖๑-๖๖/๒๔-๒๘)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka