Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 22 หน้าที่ 5

<< | หน้าที่ 5 | >>
ภิกษุทั้งหลาย เสขพละ ๕ ประการนี้แล

ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า ‘เรา ทั้งหลายจักเป็นผู้ประกอบด้วยสัทธาพละ หิริพละ โอตตัปปพละ วิริยพละ และ ปัญญาพละ อันเป็นเสขพละ’

ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้แล

วิตถตสูตรที่ ๒ จบ


๓. ทุกขสูตร


ว่าด้วยธรรมที่เป็นเหตุให้อยู่เป็นทุกข์


[๓] ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ย่อมอยู่เป็นทุกข์ เดือดร้อน คับแค้นใจ เร่าร้อน ในภพนี้แล หลังจากตายแล้วพึงหวังได้ทุคติ

ธรรม ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ

ภิกษุในธรรมวินัยนี้

๑. เป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๒. เป็นผู้ไม่มีหิริ

๓. เป็นผู้ไม่มีโอตตัปปะ ๔. เป็นผู้เกียจคร้าน

๕. เป็นผู้มีปัญญาทราม

ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล ย่อมอยู่เป็นทุกข์ เดือดร้อน คับแค้นใจ เร่าร้อนในภพนี้แล หลังจากตายแล้วพึงหวังได้ทุคติ

ส่วนภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ย่อมอยู่เป็นสุข ไม่เดือดร้อน ไม่คับ แค้นใจ ไม่เร่าร้อนในภพนี้แล หลังจากตายแล้วพึงหวังได้สุคติ

๑ เดือดร้อน ในที่นี้หมายถึงมีการถูกกำจัด มีอันตราย (อุปัททวะ) (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๗๕/๑๕๓)
๒ เร่าร้อน ในที่นี้หมายถึงเร่าร้อนทางกายและเร่าร้อนทางใจ (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๗๕/๑๕๓)
๓ พึงหวังได้ (ปาฏิกงฺขา) ในที่นี้หมายถึงจำต้องปรารถนา จำต้องมีแน่นอนหรือจำต้องบังเกิดในคตินั้น ๆ แน่นอน
ทุคติ หมายถึงทุคติ ๔ คือ นรก เปรต อสุรกาย และสัตว์ดิรัจฉาน (องฺ.ติก.อ. ๒/๗๐/๒๑๔)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka