Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 22 หน้าที่ 44

<< | หน้าที่ 44 | >>
ผัสสายตนะนั้น ความเป็นของปฏิกูลในอุปาทาน ย่อมตั้งอยู่แก่ภิกษุผู้พิจารณาเห็นความเกิดและความดับในอุปาทานขันธ์ ๕ นี้เป็นผลแห่งการพิจารณาเห็นความเกิด และความดับในอุปาทานขันธ์นั้น”

นาคิตสูตรที่ ๑๐ จบ


ปัญจังคิกวรรคที่ ๓ จบ


รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ


๑. ปฐมอคารวสูตร ๒. ทุติยอคารวสูตร

๓. อุปกิเลสสูตร ๔. ทุสสีลสูตร

๕. อนุคคหิตสูตร ๖. วิมุตตายตนสูตร

๗. สมาธิสูตร ๘. ปัญจังคิกสูตร

๙. จังกมสูตร ๑๐. นาคิตสูตร

๑ อุปาทานขันธ์ มาจาก อุปาทาน + ขันธ์ แยกอธิบายความหมายได้ดังนี้ (๑) อุปาทาน แปลว่า ความถือมั่น (อุป = มั่น + อาทาน = ถือ) มีความหมายหลายนัย เช่น หมายถึงชื่อของราคะที่ประกอบด้วยกามคุณ ๕ (ปญฺจกามคุณิกราคสฺเสตํ อธิวจนํ-สํ.ข.อ. ๒/๑/๑๖, อภิ.สงฺ.อ. ๑๒๑๙/๔๔๒) บ้าง หมายถึงความถือมั่นด้วย อำนาจตัณหา มานะ และทิฏฐิ (ตามนัย สํ.ข.อ. ๒/๖๓/๓๐๘) บ้าง (๒) ขันธ์ แปลว่า กอง (ตสฺส (ขนฺธสฺส) ราสิอาทิวเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ-อภิ.สงฺ.อ. ๕/๑๙๒) ดังนั้น อุปาทานขันธ์ จึงหมายถึงกองอันเป็นอารมณ์ แห่งความถือมั่น (อุปาทานานํ อารมฺมณภูตา ขนฺธา = อุปาทานขนฺธา-สํ.ข.ฏีกา ๒๒/๒๕๔) และดู ที.ปา. ๑๑/๓๑๑/๒๐๔
เมื่อนำองค์ธรรมคือขันธ์ ๕ มารวมกับอุปาทานขันธ์ เช่น วิญญาณูปาทานกฺขนฺโธ จึงแปลได้ว่า “กอง อันเป็นอารมณ์แห่งความถือมั่นคือวิญญาณ” ตามนัย อภิ.สงฺ.อ. ๕/๑๙๒ ว่า “วิญฺญาณเมว ขนฺโธ = วิญฺญาณกฺขนฺโธ” (กองคือวิญญาณ)
อนึ่ง เมื่อกล่าวโดยสรุป อุปาทานขันธ์ หมายถึงทุกข์ ตามบาลีว่า “สงฺขิตฺเตน ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขา” แปลว่า “ว่าโดยย่อ อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์” (ม.อุ. ๑๔/๓๗๓/๓๑๙, ขุ.ป. ๓๑/๓๓/๔๐-๔๑,
อภิ.วิ.อ. ๒๐๒/๑๑๗) และดู อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๒๐๒/๑๖๖ ประกอบ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka