Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 22 หน้าที่ 53

<< | หน้าที่ 53 | >>
๕. เพราะเหตุนั้นแล เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า ‘เราทั้ง หลายจักรักษาคุ้มครองสิ่งที่สามีหามาได้ จะเป็นทรัพย์ ข้าว เงิน หรือทองก็ตาม จักไม่เป็นนักเลงการพนัน ไม่เป็นขโมย ไม่เป็นนักเลง สุรา ไม่ล้างผลาญทรัพย์สมบัติ’ เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ แล

กุมารีทั้งหลาย มาตุคามประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล หลังจากตายแล้ว จะเข้าถึงความเป็นผู้อยู่ร่วมกับเทวดาเหล่ามนาปกายิกา

(พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นตรัสเวยยากรณ์ภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัส คาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า)

สตรีผู้เป็นบัณฑิต ย่อมไม่ดูหมิ่นสามี

ผู้มีความเพียร ขวนขวายเป็นนิตย์

เลี้ยงตนเองทุกเมื่อ ผู้ให้สิ่งที่ต้องการได้ทุกอย่าง

ไม่ทำให้สามีขุ่นเคืองด้วยการแสดงความหึงหวง

ยกย่องทุกคนที่สามีเคารพ เป็นคนขยัน

ไม่เกียจคร้าน สงเคราะห์คนข้างเคียงของสามี

ปฏิบัติถูกใจสามี รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้

สตรีผู้ประพฤติตามใจสามีอย่างนี้

จะเข้าถึงความเป็นเทวดาเหล่ามนาปกายิกา

อุคคหสูตรที่ ๓ จบ


๑ เทวดาเหล่ามนาปกายิกา หมายถึงเทวดาชั้นนิมมานรดี เทวดาเหล่านี้เรียกว่า เทพนิมมานรดี และเทพมนาปา เพราะเนรมิตรูปตามที่ตนปรารถนาได้ และชื่นชมรูปที่เนรมิตนั้น (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๓๓/๒๑)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka