Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 22 หน้าที่ 80

<< | หน้าที่ 80 | >>
ไปเป็นธรรมดาของเราคนเดียวเท่านั้นที่ฉิบหายไป แท้จริง สิ่งที่มีความฉิบหายไปเป็นธรรมดาของสัตว์ทั้งปวงที่มีการมา การไป การจุติ การอุบัติ ก็ฉิบหายไปทั้งสิ้น เมื่อสิ่งที่มีความฉิบหายไปเป็นธรรมดา ฉิบหายไปแล้ว ถ้าเราจะพึงเศร้าโศก ลำบาก ร่ำไร ทุบอก คร่ำครวญ หลงงมงาย อาหารเราก็จะไม่อยากรับประทาน กายก็จะเศร้าหมอง การงานก็จะหยุดชะงัก พวกศัตรูก็จะดีใจ และพวกมิตรก็จะเสียใจ’ เมื่อสิ่งที่มีความฉิบหายไปเป็นธรรมดา ฉิบหายไปแล้ว อริยสาวกนั้นย่อม ไม่เศร้าโศก ไม่ลำบาก ไม่ร่ำไร ไม่ทุบอก ไม่คร่ำครวญ ไม่หลงงมงาย นี้เรียกว่า อริยสาวกผู้ได้สดับ ถอนลูกศรคือความโศกที่มีพิษทิ่มแทงปุถุชนผู้ไม่ได้สดับทำตน นั่นเองให้เดือดร้อน อริยสาวกผู้ไม่มีความโศก ปราศจากลูกศร ย่อมดับทุกข์ ได้ด้วยตนเอง

ภิกษุทั้งหลาย ฐานะ ๕ ประการนี้แล อันสมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใคร ๆ ในโลกนี้ไม่พึงได้

ประโยชน์ แม้เล็กน้อยในโลกนี้

ใคร ๆ ย่อมไม่ได้ด้วยความเศร้าโศก

ย่อมไม่ได้ด้วยความคร่ำครวญ

พวกศัตรูทราบว่า เขาเศร้าโศก เป็นทุกข์

ย่อมดีใจ

แต่ในกาลใด บัณฑิตฉลาดในการวินิจฉัยเหตุผล

ไม่หวั่นไหวในอันตรายทั้งหลาย

ในกาลนั้น พวกศัตรูเห็นหน้าซึ่งไม่ผิดปกติ

ของบัณฑิตนั้น ผู้ยังยิ้มแย้มตามเคย

ย่อมเป็นทุกข์

บัณฑิตพึงได้ประโยชน์ในที่ใด ๆ ด้วยวิธีใด ๆ

คือด้วยการสรรเสริญ ด้วยการร่ายมนตร์

๑ ประโยชน์ ในที่นี้หมายถึงสภาวะที่มีความแก่เป็นต้นกลับกลายเป็นสภาวะที่ไม่แก่ (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๔๘/๒๖)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka