Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 22 หน้าที่ 104

<< | หน้าที่ 104 | >>
ถ้าเราพึงเกลียดธรรมนั้น

ในสัตว์ทั้งหลายผู้มีธรรมอย่างนั้น

ข้อนั้นไม่สมควรแก่เรา ผู้เป็นอยู่อย่างนี้

เรานั้นดำรงอยู่อย่างนี้ รู้ธรรมที่ไม่มีอุปธิกิเลส

เห็นเนกขัมมะ ว่า เป็นธรรมเกษม

ครอบงำความมัวเมาทั้งปวงในความไม่มีโรค

ในความเป็นหนุ่ม สาว และในชีวิต

ความอุตสาหะได้มีแล้วแก่เราผู้เห็นแจ้งนิพพาน

บัดนี้ เราไม่ควรเสพกาม

จักประพฤติไม่ถอยหลัง

มุ่งประพฤติพรหมจรรย์

ฐานสูตรที่ ๗ จบ


๘. ลิจฉวิกุมารกสูตร


ว่าด้วยเจ้าลิจฉวีกุมาร


[๕๘] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน เขตกรุงเวสาลี ครั้งนั้นแล เวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงครองอันตรวาสก ถือบาตร และจีวร เสด็จเข้าไปยังกรุงเวสาลีเพื่อบิณฑบาต เสด็จกลับจากบิณฑบาตหลังจากเสวยพระกระยาหารเสร็จแล้ว จึงเสด็จเข้าไปยังป่ามหาวัน ประทับนั่งพักผ่อนกลางวัน ณ โคนไม้ต้นหนึ่ง

๑ ธรรมที่ไม่มีอุปธิกิเลส ในที่นี้หมายถึงอรหัตตผล (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๕๗/๓๑)
๒ เนกขัมมะ ในที่นี้หมายถึงบรรพชา (การบวช) (องฺ.ปญฺจก.อ.๓/๕๗/๓๑)
๓ ประพฤติไม่ถอยหลัง ในที่นี้หมายถึงไม่ถอยหลังจากบรรพชา จากการอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ และจาก พระสัพพัญญุตญาณ (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๕๗/๓๑)
๔ พรหมจรรย์ ในที่นี้หมายถึงมรรคพรหมจรรย์ คือ อริยมรรคมีองค์ ๘ อันเป็นโลกุตตระ (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๕๗/๓๑)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka