Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 22 หน้าที่ 212

<< | หน้าที่ 212 | >>
ภิกษุทั้งหลาย พระเจ้าจักรพรรดิประกอบด้วยองค์ ๕ ประการนี้แล จึงทรงให้ จักรหมุนไปโดยธรรมเท่านั้น จักรนั้นอันใคร ๆ ที่เป็นมนุษย์ เป็นข้าศึก และเป็นสัตว์ มีชีวิตให้หมุนกลับไม่ได้

ภิกษุทั้งหลาย พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน จึงทรงให้ธรรมจักรอันยอดเยี่ยมหมุนไปโดยธรรม เท่านั้น จักรนั้นอันสมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใคร ๆ ในโลก ให้หมุน กลับไม่ได้

ธรรม ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ

พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในโลกนี้

๑. เป็นผู้รู้ประโยชน์

๒. เป็นผู้รู้ธรรม

๓. เป็นผู้รู้ประมาณ

๔. เป็นผู้รู้กาล

๕. เป็นผู้รู้บริษัท

ภิกษุทั้งหลาย พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล จึงทรงให้ธรรมจักรอันยอดเยี่ยมหมุนไปโดยธรรมเท่านั้น จักรนั้นอัน สมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใคร ๆ ในโลก ให้หมุนกลับไม่ได้

ปฐมจักกานุวัตตนสูตรที่ ๑ จบ


๑ เป็นผู้รู้ประโยชน์ ในที่นี้หมายถึงทรงรู้ประโยชน์ ๕ ประการ คือ (๑) ประโยชน์ตน (๒) ประโยชน์ผู้อื่น (๓) ประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่น (๔) ประโยชน์ในภพนี้ (๕) ประโยชน์ในภพหน้า (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๓๑/ ๕๑, องฺ.ปญฺจก.ฏีกา ๓/๑๓๑/๕๓)
๒ เป็นผู้รู้ธรรม ในที่นี้หมายถึงทรงรู้ธรรม คือ อริยสัจ ๔ หรือธรรม ๔ ประการ คือ กามาวจรธรรม รูปาวจรธรรม อรูปาวจรธรรม และโลกุตตรธรรม (องฺ.ปญฺจ.อ. ๓/๑๓๑/๕๑, องฺ.ปญฺจ.ฏีกา ๓/๑๓๑/๕๓)
๓ เป็นผู้รู้ประมาณ ในที่นี้หมายถึงทรงรู้ประมาณในการรับปัจจัย ๔ การบริโภคปัจจัย ๔ การแสวงหาปัจจัย
๔ และการสละปัจจัย ๔ (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๓๑/๕๑, องฺ.ปญฺจก.ฏีกา ๓/๑๓๑/๕๓)
๔ รู้กาล หมายถึงทรงรู้ว่า “นี้เป็นเวลาหลีกเร้น นี้เป็นเวลาเข้าสมาบัติ นี้เป็นเวเลาแสดงธรรม และนี้เป็น เวลาเที่ยวจาริกในชนบท” (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๓๑/๕๑)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka