Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 22 หน้าที่ 222

<< | หน้าที่ 222 | >>
เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘เราเป็นผู้มีศีล ฯลฯ สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบท ทั้งหลาย ไฉนเราจะไม่ปรารถนาความสิ้นอาสวะเล่า เราเป็นพหูสูต ทรงสุตะ สั่งสม สุตะ ฯลฯ แทงตลอดดีด้วยทิฏฐิ ไฉนเราจะไม่ปรารถนาความสิ้นอาสวะเล่า เราเป็น ผู้มีจิตตั้งมั่นดีแล้วในสติปัฏฐาน ๔ ไฉนเราจะไม่ปรารถนาความสิ้นอาสวะเล่า เรา เป็นผู้ปรารภความเพียรเพื่อละอกุศลธรรม ฯลฯ ไม่ทอดธุระในกุศลธรรมทั้งหลายอยู่ ไฉนเราจะไม่ปรารถนาความสิ้นอาสวะเล่า เราเป็นผู้มีปัญญา ฯลฯ ให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ ไฉนเราจะไม่ปรารถนาความสิ้นอาสวะเล่า’

ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล ย่อมปรารถนาความ สิ้นอาสวะ

ทุติยปัตถนาสูตรที่ ๖ จบ


๗. อัปปังสุปติสูตร


ว่าด้วยคนหลับน้อย ตื่นมาก


[๑๓๗] ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๕ จำพวกนี้ หลับน้อย ตื่นมากในราตรี

บุคคล ๕ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. สตรีหลับน้อยตื่นมากเพราะประสงค์บุรุษ

๒. บุรุษหลับน้อยตื่นมากเพราะประสงค์สตรี

๓. โจรหลับน้อยตื่นมากเพราะประสงค์จะลักทรัพย์

๔. พระราชาผู้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจทรงหลับน้อยตื่นมาก

๕. ภิกษุผู้มุ่งถึงธรรมที่ปราศจากสังโยชน์ หลับน้อยตื่นมาก

ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๕ จำพวกนี้แล หลับน้อย ตื่นมากในราตรี

อัปปังสุปติสูตรที่ ๗ จบ


๑ ธรรมที่ปราศจากสังโยชน์ หมายถึงนิพพาน (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๓๗/๕๓)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka