Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 22 หน้าที่ 243

<< | หน้าที่ 243 | >>
๔. เที่ยวจาริกไปในสถานที่ไม่สมควรตลอดกาลนาน

๕. ไม่สามารถชี้แจงให้ภิกษุเห็นชัด ชวนใจให้อยากรับเอาไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริงด้วย ธรรมีกถาตามกาลอันควร

ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล ไม่ควรคบเป็นมิตร

ภิกษุทั้งหลาย ส่วนภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ควรคบเป็นมิตร

ธรรม ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. ไม่ใช้ให้ทำการงาน

๒. ไม่ก่ออธิกรณ์

๓. ไม่โกรธต่อภิกษุผู้เป็นประธาน

๔. ไม่เที่ยวจาริกไปในสถานที่ไม่สมควรตลอดกาลนาน

๕. สามารถชี้แจงให้ภิกษุเห็นชัด ชวนใจให้อยากรับเอาไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริงด้วย ธรรมีกถาตามกาลอันควร

ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล ควรคบเป็นมิตร

มิตตสูตรที่ ๖ จบ


๗. อสัปปุริสทานสูตร


ว่าด้วยอสัปปุริสทาน


[๑๔๗] ภิกษุทั้งหลาย อสัปปุริสทาน (ทานของอสัตบุรุษ) ๕ ประการนี้

อสัปปุริสทาน ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. ให้โดยไม่เคารพ

๒. ให้โดยความไม่อ่อนน้อม

๑ ให้โดยไม่เคารพ หมายถึงให้ทานโดยมิได้ทำเครื่องไทยธรรมให้สะอาดเสียก่อน (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๔๗/๕๗)
๒ ให้โดยความไม่อ่อนน้อม หมายถึงให้ทานด้วยความไม่เคารพ ไม่ยำเกรง (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๔๗/๕๗)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka