Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 17 หน้าที่ 92

เล่ม มมร. 17 หน้า 92 ข้อ 9
นัยแม้ในความสำคัญจากนิพพานก็นัยนี้. จริงอยู่ แม้ในข้อนั้น ปุถุชนเมื่อยึดถืออัตตาว่าเป็นอื่นจากนิพพาน สำคัญอยู่ว่า นี้นิพพาน นี้อัตตา ก็อัตตาของเรานี้นั้น อื่นต่างหากจากนิพพานนี้ ชื่อว่า ย่อม สำคัญจากนิพพาน. นี้เป็นความสำคัญด้วยอำนาจทิฏฐิของปุถุชนนั้น. ก็เมื่อปุถุชนเกิดความเสน่หาในอัตตานั้นนั่นแล และเกิดมานะอันมี อัตตานั้นเป็นที่ตั้ง แม้ตัณหาและมานะก็พึงทราบว่า (เกิดขึ้นด้วย) แต่ เมื่อสำคัญว่า โอ นิพพานของเราสุขจริง พึงทราบว่า ชื่อว่า ย่อมสำคัญว่า นิพพานว่าเป็นของเรา ดังนี้. คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล. ก็ใน ข้อนี้ มีคำร้อยกรองในภายหลังดังต่อไปนี้ :- กายของตนนี้เป็นเช่นไร เมื่อปุถุชนไม่รู้กายของตนนั้น ตามความเป็นจริง ความสำคัญ (ผิด) ทุกอย่างย่อม เกิดขึ้นในกายของตน กายของตนนี้น่าเกลียด มีการ แตกไปเป็นธรรมดา เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ ไม่ใช่ผู้นำ. คนพาล เมื่อยึดถือกายนั้นโดยเป็นข้าศึก (ต่อความ เป็นจริง) ชื่อว่า ย่อมยึดถือความสำคัญ (ผิด) เมื่อปุถุชนพิจารณาเห็นกายของตน โดยความเป็น ของงาม และโดยเป็นความสุข ย่อมมีความสำคัญ ผิดด้วยอำนาจตัณหา เมื่อการสำคัญผิดในไฟของ แมลงเม่าฉะนั้น เมื่อปุถุชนยึดนิจจสัญญา เห็น สมบัติของกายของตนนั้น เขาย่อมมีความสำคัญผิด ด้วยอำนาจมานะ เหมือนสุนัขเห็นคูถแล้วเกิดสุภ-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka