Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 18 หน้าที่ 95

เล่ม มมร. 18 หน้า 95 ข้อ 193
ข้าพเจ้าและภริยาทั้งสอง เป็นผู้มี ศรัทธาเป็นทานบดีในมนุษยโลก ในกาล นั้น เรือนของข้าพเจ้าเป็นโรงงาน และ สมณพราหมณีทั้งหลาย อันเราได้เลี้ยงดู ให้อิ่มหนำสำราญแล้ว นั้นเป็นวัตรของ ข้าพเจ้า ก็นั้นเป็นพรหมจรรย์ ความสำเร็จ ความรุ่งเรือง พละ ความเพียรและอุบัตินี้ เป็นวิบากของผู้ประพฤติดีนั้น ท่านธีระ ก็นี้เป็นมหาวิมานของข้าพเจ้า. ไวยาวัจจ์ เรียกว่า พรหมจรรย์ ในอังกุรเปตวัตถุนี้ว่า ฝ่ามือของท่านให้สิ่งที่น่าปรารถนา เป็นที่ไหลออกแห่งวัตถุมีรสอร่อย ผลบุญ ย่อมสำเร็จที่ฝ่ามือของท่าน เพราะพรหม- จรรย์อะไร ฝ่ามือของเราให้สิ่งที่น่าปรารถนา เป็นที่ไหลออกแห่งวัตถุมีรสอร่อย ผลบุญ ย่อมสำเร็จที่ฝ่ามือของเรา เพราะพรหม- จรรย์นั้น. สิกขาบทห้า เรียกว่า พรหมจรรย์ ในติตติรชาดกนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่า ติตติริยวัตร์นี้แล เป็นพรหมจรรย์ ดังนี้. พรหมวิหาร เรียกว่า พรหมจรรย์ ในมหาโควินทสูตรนี้ว่า ดูก่อนปัญจสิกขะ ก็พรหมจรรย์นั้นแล ย่อมไม่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย ย่อมไม่เป็นไปเพื่อคลายความกำหนัด ย่อม เป็นไปเพียงเพื่อความอุบัติในพรหมโลกเท่านั้น. ธรรมเทศนา เรียกว่า พรหม-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka