Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 18 หน้าที่ 96

เล่ม มมร. 18 หน้า 96 ข้อ 193
จรรย์ ในบทนี้ว่า ในพรหมจรรย์หนึ่ง มีผู้ละมัจจุได้พันคน. เมถุนวิรัติ เรียกว่า พรหมจรรย์ ในสัลเลขสูตรว่า พวกอื่นจักไม่ประพฤติพรหมจรรย์ พวกเราจักประพฤติพรหมจรรย์ ในที่นี้. สทารสันโดษ เรียกว่า พรหม- จรรย์ ในมหาธัมมาปาลชาดกว่า เราไม่นอกใจภริยา และภริยาก็ไม่ ล่วงเกินเรา เราประพฤติพรหมจรรย์เว้น ภริยาเหล่านั้น เพราะฉะนั้นแล เด็ก ๆ ของเรา จึงไม่พึงตาย. อุโบสถอันประกอบด้วยองค์แปด ที่รักษาแล้วด้วยอำนาจในการฝึกตน เรียกว่า พรหมจรรย์ ในนิมิชาดก อย่างนี้ว่า บุคคลย่อมเกิดในขัตติยะ ด้วยพรหม- จรรย์ที่เลว และย่อมเกิดในเทพทั้งหลาย ด้วยพรหมจรรย์ปานกลาง ย่อมหมดจด ด้วยพรหมจรรย์ชั้นสูง. อริยมรรค เรียกว่า พรหมจรรย์ ในมหาโควินสูตรนั้นเทียวว่า ดูก่อนปัญจสิกขะ ก็พรหมจรรย์นี้แล ย่อมเป็นไปเพื่อความเบื่อหน่ายโดยส่วนเดียว เพื่อความ คลายกำหนัด ฯลฯ คือ มรรคมีองค์ ๘ อันประเสริฐนี้นั้นเทียว. ศาสนาทั้งสิ้น อันสงเคราะห์เข้ากับสิกขา ๓ อย่าง เรียกว่า พรหมจรรย์ ในปาสาทิกสูตรว่า พรหมจรรย์นี้นั้น กว้างขวาง และแพร่หลาย อันพิสดาร ชนรู้มาก เป็นปึกแผ่น จนมนุษย์ทั้งหลายประกาศดีแล้วนั้นเทียว. อัธยาศัย เรียกว่า พรหมจรรย์ ในบทนี้ว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka