Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 193

เล่ม มมร. 30 หน้า 193 ข้อ 372
ไม่ควรแก่การงาน ความหดหู่ลง กิริยาหดหู่ ความหดหู่ของจิต ท้อแท้ กิริยา ที่ท้อแท้ ความท้อแท้ของจิตอันใด อันนี้เรียกว่าความหดหู่ของจิต. บทว่า เจตโส อวูปสโม ความว่า อาการไม้สงบของจิต เหมือน คนนั่งก่อไฟ มีแต่ถ่านปราศจากเปลวไฟ และเหมือนคนนั่งไม่ก้อไฟในที่สุม- บาตร ฉะนั้น แต่โดยเนื้อความข้อนั้น เป็นความฟุ้งซ่านรำคาญแท้. บทว่า วิจิกิจฺฉาฎานิยา ธมฺมา ได้แก่ ธรรมเป็นอารมณ์ของ วิจิกิจฉา. อโยนิโสมนสิการมีนัยอันกล่าวไว้ในบททั้งปวงแล ในข้อนี้ ธรรม ๒ เหล่านี้ คือ กามฉันทะ วิจิกิจฉา ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ โดยอารมณ์ พยาบาท กล่าวไว้โดยอารมณ์และอุปนิสสัยปัจจัย ธรรมที่เหลือกล่าวไว้โดย สหชาตปัจจัย และอุปนิสสัยปัจจัย ด้วยประการฉะนี้. บทว่า สติสมฺโพชฺณงฺคฎฺานิยา ธมฺมา ได้แก่ ธรรมเป็น อารมณ์ของสติ คือโพธิปักขิยธรรม ๓๗ และโลกุตรธรรม ๙. บทว่า ตตฺถ โยนิโสมนสิการพหุลีกาโร ได้แก่ การทำบ่อย ๆ ซึ่งมนสิการโดยอุบาย ในธรรมนั้น. บทว่า กุสลา ในบทเป็นต้นว่า กุสลากุสลา ธมฺมา ได้แก่ ธรรมเกิดแต่ความฉลาดไม่มีโทษมีผลเป็นสุข. บทว่า อกุสลา ได้แก่ ธรรม เกิดแต่ความไม่ฉลาด มีโทษ มีผลเป็นทุกข์. บทว่า สาวชฺชา ได้แก่ ธรรมเป็นอกุศล. บทว่า อนวชฺชา ได้แก่ ธรรมเป็นกุศล. แม้ในธรรมเลว ประณีต ดำและขาว ก็มีนัยนี้เหมือนกัน. บทว่า สปฺปฏิภาคา ได้แก่ กัณหธรรมและสุกกธรรมเท่านั้น ด้วยว่า กัณหธรรมชื่อว่ามีส่วนเปรียบเพราะ ให้ผลดำ และสุกกธรรมชื่อว่า มีส่วนเปรียบ เพราะให้ผลขาว อธิบายว่า มีส่วน แห่งวิบากเช่นกัน อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า มีส่วนเปรียบ เพราะมีส่วนตรงกัน ข้าม. คือมีส่วนเปรียบแม้อย่างนี้ว่า ส่วนสุกกธรรมตรงกันข้ามกับกัณหธรรม
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka