และกัณหธรรมตรงกันข้ามกับสุกกธรรม อีกอย่างหนึ่ง ชื่อวา มีส่วนเปรียบ
เพราะอรรถว่า จะนำมากลับกันไม่ได้. คือกัณหะและสุกกธรรมมีส่วนเปรียบ
กันได้อย่างนี้ว่า ฝ่ายอกุศลห้ามกุศลแล้ว จึงให้วิบากของตน ส่วนกุศลห้าม
อกุศลแล้ว จึงให้วิบากของตน ดังนี้.
บทว่า อารพฺภธาตุ ได้แก่ความเพียรครั้งแรก. บทว่า นิกฺขมธาตุ
ได้แก่ความเพียรมีกําลังกว่านั้น เพราะออกจากความเกียจคร้าน. บทว่า
ปรกฺกมธาตุ ได้แก่ ความเพียรมีกำลังกว่านั้น เพราะเป็นเหตุก้าวไปข้าง
หน้า ๆ คือฐานะ เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวด้วยบท ๓.
บทว่า ปีติสมฺโพชฺณงฺคฎฺานิยา ได้แก่ ธรรมเป็นอารมณ์ของ
ปีติ. บทว่า กายปสฺสทฺธิ ได้แก่ ความสงบแห่งขันธ์* สาม. บทว่า จิตฺต
ปสฺสทฺธิ ได้แก่ ความสงบแห่งวิญญาณขันธ์ บทว่า สมาธินิมิตฺตํ ได้แก่
สมถะบ้าง อารมณ์ของสมถะบ้าง. บทว่า อพฺยคฺคนิมิตฺตํ เป็นไวพจน์ของ
บทว่า สมาธินิมิตฺตํ นั้น.
บทว่า อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคฺฏฺานิยา ได้แก่ ธรรมเป็นอารมณ์
ของอุเบกขา แต่โดยเนื้อความ พึงทราบอาการอันเป็นกลางว่า ธรรมทั้ง
หลายเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขา ในข้อนี้ สติ ธรรมวิจยะ และอุเบกขาสัมโพชฌงค์
ท่านกล่าวไว้โดยความเป็นอารมณ์อย่างนี้. ธรรมทั้งหลายที่เหลือท่านกล่าวไว้
โดยความเป็นอารมณ์บ้าง โดยความเป็นอุปนิสสัยบ้าง.
จบอรรถกถากายสูตรที่ ๒
* คือ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ และสังขารขันธ์.