Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 3 หน้าที่ 338

เล่ม มมร. 3 หน้า 338 ข้อ 492 493
เรื่องชักโยงสามีภรรยาผู้ทะเลาะให้คืนดี [๔๙๒] ก็โดยสมัยนั้นแล สตรีคนหนึ่งทะเลาะกับสามี แล้วได้ ไปยังเรือนมารดา ภิกษุกุลุปกะได้ชักโยงให้คืนดีกันแล้ว เธอได้มีความ รังเกียจว่า เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่อง นั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ ตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุ เขาหย่ากันแล้วหรือ ภิ. เขายังไม่ได้หย่ากัน พระพุทธเจ้าข้า ภ ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติ เพราะเขายังไม่ทันหย่ากัน. เรื่องการชักสื่อในบัณเฑาะก์ [๔๙๓] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งถึงการชักสื่อในบัณเฑาะก์ เเล้ว เธอได้มีความรังเกียจว่า เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว กระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ เธอ ไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย. สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๕ บท สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๕ สัญจริตตสิกขาบทวรรณนา สัญจริตตสิกขา บทว่า เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา เป็นต้น ข้าพเจ้าจะกล่าวต่อไป:- ในสัญจริตตสิกขาบทนั้น พึงทราบวินิจฉัยดังนี้:- [แก้อรรถปฐมบัญญัติเรื่องพระอุทายี] บทว่า ปณฺฑิตา ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยความเป็นผู้ฉลาด คือผู้มี ปัญญาเป็นเครื่องดำเนินไป.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka