Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 43 หน้าที่ 299

เล่ม มมร. 43 หน้า 299 ข้อ 34
ตรัสโทษของรูป,' ก็หญิงนี้ ยืนพัดอยู่ในสำนักของพระองค์, เราไม่เข้า ถึงแม้ส่วนแห่งเสี้ยวของหญิงนี้, รูปหญิงเช่นนี้ เราไม่เคยเห็น, ชนทั้งหลาย เห็นจะกล่าวตู่พระศาสดา ด้วยคำไม่จริง" ดังนี้แล้ว ก็มิใส่ใจถึงเสียงพระ- ดำรัสของพระตถาคต ได้ประทับยืนทอดพระเนตรดูหญิงนั้นนั่นแล. ในร่างกายนี้ไม่มีสาระ พระศาสดาทรงทราบเนื้อความที่พระนางมีมานะจัดเกิดขึ้นในรูปนั้น เมื่อจะทรงแสดงรูปนั้นด้วยอำนาจวัยมีปฐมวัยเป็นต้น จึงทรงแสดงทำให้ เหลือเพียงกระดูกในที่สุด โดยนัยที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้วในหนหลังนั้นแล. พระนางเขมาพอทอดพระเนตรเห็นรูปนั้น จึงทรงดำริว่า " รูปนั้น แม้เห็นปานนี้ ก็ถึงความสิ้นความเสื่อมไปโดยครู่เดียวเท่านั้น, สาระใน รูปนี้ ไม่มีหนอ ?" พระศาสดาทรงตรวจดูวาระจิตของพระนางเขมานั้นแล้ว จึงตรัสว่า " เขมา เธอคิดว่า ' สาระมีอยู่ในรูปนี้หรือ ?' เธอจงดูความที่รูปนั้นหา สาระมิได้ ในบัดนี้" แล้วตรัสพระคาถานี้ว่า :- " เขมา เธอจงดูร่างกายอันอาดูร ไม่สะอาดเน่า เปื่อย ไหลออกทั้งข้างบน ไหลออกทั้งข้างล่าง อันคน พาลทั้งหลาย ปรารถนายิ่งนัก." ในกาลจบพระคาถา พระนางดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล. ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสกะพระนางว่า " เขมา สัตว์เหล่านี้ เยิ้ม อยู่ด้วยราคะ ร้อนอยู่ด้วยโทสะ งงงวยอยู่ด้วยโมหะ จึงไม่อาจเพื่อก้าว ล่วงกระแสตัณหาของตนไปได้ ต้องข้องอยู่ในกระแสตัณหานั้นนั่นเอง " ดังนี้แล้ว เมื่อจะทรงแสดงธรรม จึงตรัสพระคาถานี้ว่า :-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka