Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 43 หน้าที่ 351

เล่ม มมร. 43 หน้า 351 ข้อ 35
ได้เป็นกัสสปเถระ, อุปราช ได้เป็นนันทบัณฑิต, พระมเหสี ได้เป็นมารดาของราหุล, พระชนนี ได้ เป็นพระนางมายาเทวี, พระเจ้ากุรุ ได้เป็นพระโพธิ- สัตว์; พวกเธอจงจำชาดกไว้ด้วยอาการอย่างนี้" ดังนี้แล้ว ตรัสว่า " ภิกษุ บัณฑิตในครั้งก่อน เมื่อความรำคาญ แม้มีประมาณน้อยเกิดขึ้นแล้ว, ทำศีลเภทของตนให้เป็นเครื่องรังเกียจแล้ว อย่างนี้, ส่วนเธอ บวชในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้เช่นกับด้วยเรา ยัง ทำปาณาติบาตอยู่ (นับว่า) ได้ทำกรรมอันหนักยิ่งนัก; ธรรมดาภิกษุ ควร เป็นผู้สำรวมด้วยมือ เท้า และวาจา" ดังนี้แล้ว ตรัสพระคาถานี้ว่า :- ๒. หตฺถสญฺโต ปาทสญฺโต วาจาย สญฺโต สญฺตตฺตโม อชฺฌตฺตรโต สมาหิโต เอโก สนฺตุสิโต ตมาหุ ภิกขุ. " บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวบุคคลผู้มีมือสำรวม แล้ว มีเท้าสำรวมแล้ว มีวาจาสำรวมแล้ว มีตน สำรวมแล้ว ยินดีในธรรมอันเป็นไปภายใน มีจิต ตั้งมั่นแล้ว เป็นคนโดดเดี่ยว สันโดษว่า " เป็น ภิกษุ." แก้อรรถ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า หตฺถสญฺโต ความว่า ชื่อว่าผู้มีมือ อันสำรวมแล้ว เพราะความไม่มีการคะนองมือเป็นต้น* หรือการประหาร สัตว์เหล่าอื่นเป็นต้นด้วยมือ. ๑. การยังมือให้เล่นเป็นต้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka