Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 43 หน้าที่ 362

เล่ม มมร. 43 หน้า 362 ข้อ 35
แก่ภิกษุผู้ปรารถนาลาภของผู้อื่น, แต่คุณชาติทั้งหลายมีฌานเป็นต้น ย่อม เกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้ยินดีด้วยลาภของตนเท่านั้น" ดังนี้แล้ว เมื่อจะทรงแสดง ธรรม ได้ทรงภาษิตพระคาถาเหล่านี้ว่า :- ๕. สลาภํ นาติมญฺเยฺย นาญฺเสํ ปิหยญฺจเร อญฺเสํ ปิหยํ ภิกฺขุ สมาธึ นาธิคจฺฉติ. อปฺปลาโภปิ เจ ภิกฺขุ สลาภํ นาติมญฺติ ตํ เว เทวา ปสํสนฺติ สุทฺธาชีวึ อตนฺทิตํ. " ภิกษุไม่ควรดูหมิ่นลาภของตน, ไม่ควรเที่ยว ปรารถนาลาภของผู้อื่น, ภิกษุเมื่อปรารถนาลาภของ ผู้อื่น ย่อมไม่ประสบสมาธิ; ถ้าภิกษุแม้เป็นผู้มีลาภ น้อย ก็ไม่ดูหมิ่นลาภของตน, เทพยดาทั้งหลาย ย่อม สรรเสริญภิกษุนั้นแล (ว่า) ผู้มีอาชีพหมดจด ไม่ เกียจคร้าน." แก้อรรถ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สลาภํ ได้แก่ ลาภที่เกิดขึ้นแก่ตน. จริงอยู่ ภิกษุผู้เว้นการเที่ยวไปตามตามลำดับตรอก เลี้ยงชีพอยู่ด้วยการ แสวงหาอันไม่สมควร ชื่อว่าดูหมิ่น คือดูแคลน ได้แก่ รังเกียจลาภของ ตน; เพราะเหตุนั้น ภิกษุไม่ควรดูหมิ่นลาภของตน ด้วยการไม่ทำอย่าง นั้น. สองบทว่า อญฺเสํ ปิหยํ ความว่า ไม่ควรเที่ยวปรารถนาลาภ ของคนเหล่าอื่น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka