Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 43 หน้าที่ 418

เล่ม มมร. 43 หน้า 418 ข้อ 36
โคตร ด้วยชาติหามิได้ สัจจะและธรรมมีอยู่ในผู้ใด ผู้นั้นเป็นผู้สะอาด และผู้นั้น เป็นพราหมณ์. ๑๑. ผู้มีปัญญาทราม ประโยชน์อะไรด้วยชฎา ทั้งหลายของเธอ ประโยชน์อะไรด้วยผ้าที่ทำด้วย หนังสัตว์ของเธอ ภายในของเธอรกรุงรัง เธอย่อม เกลี้ยงเกลาแต่ภายนอก. ๑๒. เราเรียกชนผู้ทรงผ้าบังสุกุล ผู้ผอม สะพรั่ง ด้วยเอ็น ผู้เพ่งอยู่ผู้เดียวในป่านั้นว่า เป็นพราหมณ์. ๑๓. เราไม่เรียกบุคคลผู้เกิดแต่กำเนิด ผู้มี มารดาเป็นแดนเกิดว่าเป็นพราหมณ์ เขาย่อมเป็นผู้ ชื่อว่าโภวาที เขาย่อมเป็นผู้มีกิเลสเครื่องกังวล เรา เรียกผู้ไม่มีกิเลสเครื่องกังวล ผู้ไม่ถือมั่นนั้นว่า เป็น พราหมณ์. ๑๔. ผู้ใดแล ตัดสังโยชน์ทั้งปวงได้แล้ว ย่อม ไม่สะดุ้ง เราเรียกผู้นั้น ผู้ก้าวล่วงกิเลสเครื่องข้องได้ ผู้หลุดพ้นแล้วว่า เป็นพราหมณ์. ๑๕. เราเรียกบุคคลผู้ตัดชะเนาะ เชือก และ เครื่องต่อพร้อมทั้งสาย ผู้มีลิ่มสลักอันถอนขึ้นแล้ว ผู้รู้แล้วนั้นว่า เป็นพราหมณ์. ๑๖. ผู้ใด ไม่ประทุษร้าย อดกลั้นซึ่งคำด่าและ การตีและการจองจำได้ เราเรียกผู้นั้น ซึ่งมีกำลังคือ ขันติ มีหมู่พลว่า เป็นพราหมณ์.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka