Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 43 หน้าที่ 420

เล่ม มมร. 43 หน้า 420 ข้อ 36
๒๔. ราคะ โทสะ มานะและมักขะ อันผู้ใด ให้ตกไปแล้ว เหมือนเมล็ดพันธุ์ผักกาดตกไปจาก ปลายเหล็กแหลมฉะนั้น เราเรียกผู้นั้นว่า เป็น พราหมณ์. ๒๕. ผู้ใด พึงกล่าวถ้อยคำอันไม่ระคายหู อัน ให้รู้กันได้เป็นคำจริง อันเป็นเหตุไม่ยังใคร ๆ ให้ ขัดใจ เราเรียกผู้นั้นว่า เป็นพราหมณ์. ๒๖. ผู้ใด ไม่ถือเอาของยาวหรือสั้น น้อยหรือ ใหญ่ งามหรือไม่งาม อันเขาไม่ให้แล้วในโลกนี้ เราเรียกผู้นั้นว่า เป็นพราหมณ์. ๒๗. ความหลังของผู้ใด ไม่มีในโลกนี้และโลก หน้า เราเรียกผู้นั้น ซึ่งไม่มีความหลัง พราก (กิเลส) ได้แล้วว่า เป็นพราหมณ์. ๒๘. ความอาลัยของบุคคลใดไม่มี บุคคลใดรู้ ชัดแล้ว เป็นผู้ไม่มีความสงสัยเป็นเหตุกล่าวว่า อย่างไร เราเรียกบุคคลนั้น ผู้หยั่งลงสู่อมตะ ตาม บรรลุแล้วว่า เป็นพราหมณ์. ๒๙. ผู้ใด ล่วงบุญและบาปทั้งสอง และกิเลส เครื่องข้องเสียได้ในโลกนี้ เราเรียกผู้นั้น ซึ่งไม่มี ความโศก มีธุลีไปปราศแล้ว ผู้บริสุทธิ์แล้วว่า เป็น พราหมณ์. ๓๐. เราเรียกผู้บริสุทธิ์ ผ่องใส ไม่ขุ่นมัว มีภพ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka