Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 43 หน้าที่ 421

เล่ม มมร. 43 หน้า 421 ข้อ 36
เครื่องเพลิดเพลินสิ้นแล้ว เหมือนพระจันทร์ที่ ปราศจากมลทินนั้นว่า เป็นพราหมณ์. ๓๑. ผู้ใด ล่วงทางอ้อม หล่ม สงสาร และ โมหะนี้ไปแล้วเป็นผู้ข้ามไปได้ ถึงฝั่ง มีปกติเพ่ง หา กิเลสเครื่องหวั่นไหวมิได้ ไม่มีความสงสัยเป็นเหตุ กล่าวว่าอย่างไร ไม่ถือมั่น ดับแล้ว เราเรียกผู้นั้นว่า เป็นพราหมณ์. ๓๒. บุคคลใด ละกามทั้งหลายในโลกนี้แล้ว เป็นผู้ไม่มีเรือน งดเว้นเสียได้ เราเรียกบุคคลนั้นผู้ มีกามและภพสิ้นแล้วว่า เป็นพราหมณ์. ๓๓. ผู้ใด ละตัณหาในโลกนี้ได้แล้ว เป็นผู้ไม่มี เรือน เว้นเสียได้ เราเรียกผู้นั้น ซึ่งมีตัณหาและภพ อันสิ้นแล้วว่า เป็นพราหมณ์. ๓๔. ผู้ใด ละกิเลสเครื่องประกอบอันเป็นของ มนุษย์ ล่วงกิเลสเครื่องประกอบอันเป็นของทิพย์ได้ แล้ว เราเรียกผู้นั้น ซึ่งพรากกิเลสเครื่องประกอบ ทั้งปวงได้แล้วว่า เป็นพราหมณ์. ๓๕. เราเรียกบุคคลนั้น ซึ่งละความยินดีและ ความไม่ยินดีได้แล้ว ผู้เย็น ไม่มีอุปธิ ครอบงำโลก ทั้งปวง ผู้แกล้วกล้าว่า เป็นพราหมณ์. ๓๖. ผู้ใด รู้จุติและอุบัติของสัตว์ทั้งหลาย โดย ประการทั้งปวง เราเรียกผู้นั้น ซึ่งไม่ข้อง ไปดี รู้แล้ว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka