Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 44 หน้าที่ 257

เล่ม มมร. 44 หน้า 257 ข้อ 62
การเป็นอย่างนั้น ตามพอพระทัย เพราะพระองค์ เป็นอัครบุคคล ชาวโลกเฉลิมพระนามว่า ตถาคต. เพราะมีพระหฤทัยเป็นไปตามพระวาจาที่ทรงประกาศ. ในชาติก่อน ๆ พระองค์ไม่ไปจากธรรมอันเป็น ข้าศึกต่อโพธิสมภาร การไปสู่สงสารก็ไม่มีแก่พระ- องค์ และสงสารนี้ไม่มีแก่พระตถาคตผู้เป็นนาถะ ผู้ ทรงเห็นที่สุดภพ เพราะฉะนั้น พระองค์ไม่ปราศจาก ญาณอันถองแท้ ชาวโลกจึงเฉลิมพระนามว่า ตถาคต. พระธรรมอันประเสริฐ อันพระมเหสีเจ้าตรัสโดย ประการที่ละมลทินที่ควรละ เพราะฉะนั้น พระธรรม นั้นจึงชื่อว่า ตถาคต. แม้พระอริยสงฆ์ของพระ- ศาสดา ก็ชื่อว่า ตถาคต เพราะเป็นผู้พรั่งพร้อมด้วย พระธรรมอันประเสริฐนั้น. บทว่า มหิทฺธิกตา ความว่า การประกอบด้วยมหิทธิฤทธิ์ กล่าวคือ ความเป็นผู้สามารถยังความเป็นอย่างอื่นให้สำเร็จ ด้วยอานุภาพแห่งธรรม เพราะมีความเชี่ยวชาญทางจิต และประกอบด้วยฤทธิ์ต่าง ๆ เป็นอย่างยิ่ง ชื่อว่า มหิทฺธิกตา. ความประกอบด้วยเดชแห่งบุญที่รุ่งเรืองยิ่งนัก เป็น เหตุให้สำเร็จประโยชน์ตามความปรารถนา อยู่ไกลแสนไกลจากข้าศึก อันเกิดมาแต่กาลนาน ชื่อว่า มหานุภาวตา. ศัพท์ว่า ยตฺร เป็นนิบาต ลงในอรรถปฐมาวิภัตติ อันยังความอัศจรรย์ ความสรรเสริญ ความแตกตื่น และความร่าเริงให้สำเร็จ. บทว่า วิชายิสฺสติ เป็นคำบ่งอนาคตกาล เพราะประกอบด้วยบทว่า ยตฺร นั้น. แต่ความหมาย ใช้ในอรรถอดีตกาล
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka