Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 44 หน้าที่ 300

เล่ม มมร. 44 หน้า 300 ข้อ 70
กรรมที่เป็นไปในภูมิ ๓ และอกุศลธรรมทั้งหมดมา โดยชื่อว่า อาสวะ ในคำเป็นคาถานี้ว่า ความบังเกิดเป็นเทวดา หรือคนธรรพ์ ผู้เที่ยว ไปในเวหา พึงมีแก่เราด้วยอาสวะใด เราพึงถึง ความเป็นยักษ์ และเกิดเป็นมนุษย์ด้วยอาสวะใด อาสวะเหล่านั้นของเราสิ้นไปแล้ว เรากำจัดเสียแล้ว กระทำให้ปราศจากเครื่องผูกพัน. ก็อุปัทวะมีประการต่าง ๆ มีการเบียดเบียนผู้อื่น ความเดือดร้อน การฆ่า และการจองจำเป็นต้น และอันเป็นอบายทุกข์เหล่านั้น ชื่อว่า อาสวะ เพราะบาลีว่า เพื่อปิดกั้นอาสวะอันเป็นปัจจุบัน เพื่อกำจัดอาสวะ ที่เป็นไปในภพหน้า. มาในพระวินัย โดยส่วน ๒ คือ เพื่อปิดกั้นอาสวะ อันเป็นปัจจุบัน เพื่อกำจัดอาสวะที่เป็นไปในภพหน้า. มาในสฬายตน- สูตร โดยส่วน ๓ คือ อาวุโส อาสวะ ๓ เหล่านี้ คือ กามาสวะ ภวาสวะ อวิชชาสวะ. และมาในสุตตันตะอื่นก็เหมือนกัน. ในอภิธรรม อาสวะ ๓ นั้นแหละ มาเป็น ๔ กับทิฏฐาสวะ. ในนิพเพธิกปริยายสูตร มาเป็น ๕ อย่าง โดยพระดำรัสมีอาทิว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อาสวะเพื่อให้สัตว์ไป สู่นรกมีอยู่. ในฉักกนิบาตมาเป็น ๖ อย่าง โดยนัยมีอาทิว่า ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย อาสวะที่จะพึงละด้วยสังวรธรรมมีอยู่. ในสัพพาสวปริยายสูตร อาสวะเหล่านั้นนั่นแหละรวมกับทัสสนปหาตัพพธรรม มาเป็น ๗ อย่าง แต่ในที่นี้ พึงทราบอาสวะ ๔ ตามนัยที่มาในอภิธรรม. ก็ในบทว่า ขยา นี้ ตรัสความแตกต่างอาสวะพร้อมด้วยกิจว่า อาสวักขยะในประโยคมีอาทิว่า ความสิ้นไป ความแตกไป ความทำลายไปแห่งอาสวะใด. ตรัสความไม่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka