Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 44 หน้าที่ 301

เล่ม มมร. 44 หน้า 301 ข้อ 70
เกิดขึ้นต่อไปแห่งอาสวะว่า อาสวักขยะ ในประโยคมีอาทิว่า ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย เรากล่าวความสิ้นอาสวะแก่ผู้รู้อยู่เห็นอยู่. ตรัสมรรคจิตว่า อาสวักขยะ ในประโยคมีอาทิว่า ปฐมญาณ (อนัญญตัญญัสสามิตินทรีย์) ย่อม เกิดขึ้น ในเพราะโสดาปัตติมรรค อันเป็นเครื่องทำ กิเสสทั้งหลายให้สิ้นไป แก่พระเสขะผู้ยังต้องศึกษา อยู่ ผู้ปฏิบัติตามทางอันตรง ปัญญาที่รู้ทั่วถึง (อัญ- ญินทรีย์) ย่อมเกิดขึ้นในลำดับแต่ปฐมญาณนั้น. ตรัสผลจิตว่า อาสวักขยะ ในประโยคมีอาทิว่า เป็นสมณะ เพราะ ความสิ้นอาสวะ. ตรัสพระนิพพานว่า อาสวักขยะ ในประโยคมีอาทิว่า อาสวะทั้งหลาย ย่อมเจริญแก่ผู้ตามเห็นโทษ ผู้อื่น ผู้สำคัญในการเพ่งโทษเป็นนิจ บุคคลนั้นชื่อว่า เป็นผู้ไกลจากธรรมเป็นที่สิ้นอาสวะ. แต่ในที่นี้ ตรัสความสิ้นไปแห่งอาสวะโดยส่วนเดียว คือความไม่ เกิดขึ้นแห่งอาสวะหรือมรรคจิตว่า อาสวักขยะ. บทว่า อนาสวํ ได้แก่ ผู้ละอาสวะโดยประการทั้งปวง ด้วยปฏิ- ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์. บทว่า เจโตวิมุตฺตึ ได้แก่ สมาธิอันสัมปยุตด้วย อรหัตผล. บทว่า ปญฺาวิมุตฺตึ ได้แก่ ปัญญาอันสัมปยุตด้วยอรหัตผล. คำทั้งสอง มีอรรถแสดงภาวะที่สมถะและวิปัสสนาเนื่องกันเป็นคู่ แม้ใน ผลจิตเหมือนในมรรคจิต. บทว่า าณํ ได้แก่ พระสัพพัญญุตญาณ. ในลำดับคำของเทวดานั้นแหละ แม้เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรง คำนึงทรงพิจารณาว่า เป็นอย่างนั้นหรือหนอ ญาณก็เกิดขึ้นว่า นันทะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka