Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 44 หน้าที่ 302

เล่ม มมร. 44 หน้า 302 ข้อ 70
ทำให้แจ้งพระอรหัตแล้ว. จริงอยู่ ท่านพระนันทะ ถูกภิกษุผู้สหายเย้ยหยัน เช่นนั้น จึงเกิดความสังเวชขึ้นว่า ข้อที่เราบวชในพระธรรมวินัย ที่ตถาคต ตรัสดีแล้วอย่างนี้ ได้กระทำพระศาสดาให้เป็นผู้รับประกัน เพื่อได้นาง อัปสรนั้น จัดว่าเราทำกรรมหนักหนอ จึงเข้าไปตั้งหิริและโอตตัปปะ เพียรพยายามบรรลุพระอรหัต แล้วคิดว่า ไฉนหนอ เราพึงให้พระผู้มี- พระภาคเจ้าพ้นจากการรับรอง. ท่านเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า กราบ ทูลความประสงค์ของตนแด่พระศาสดา. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อถ โข อายสฺมา นนฺโท ฯ ป ฯ เอตสฺมา ปฏิสฺสวา ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปฏิสฺสวา ความว่า จากการรับรอง การประกัน คือจากปฏิญญาว่า เราเป็นผู้ประกันเพื่อให้ได้นางอัปสร. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสแก่ท่านว่า เพราะเหตุที่เรา รู้ข้อนี้ว่า เธอยินดีพระอรหัตผล ทั้งเทวดาก็บอกแก่เรา ฉะนั้น เราจึง ไม่ถูกท่านให้พ้นจากการรับรองในบัดนี้ เพราะท่านพ้นแล้วด้วยการบรรลุ พระอรหัตนั้นเอง. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวคำมีอาทิว่า ยเทว โข เต นนฺท ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยเทว ตัดเป็น ยทา เอว. บทว่า เต แก้เป็น ตว แปลว่า ของท่าน. บทว่า มุตฺโต แปลว่า พ้นแล้ว. ท่าน กล่าวคำอธิบายไว้ดังนี้ว่า ในกาลใดแล จิตของท่านพ้นจากอาสวะ ในกาล นั้น คือในลำดับนั้นเอง เราพ้นจากการรับรองนั้น. ฝ่ายท่านพระนันทะ ในเวลาเจริญวิปัสสนานั่นเอง เกิดความอุตสาหะขึ้นว่า เราจักข่มการไม่ สังวรอินทรีย์ ที่เราอาศัยถึงประการอันแปลกนี้เท่านั้นด้วยดี มีหิริและ โอตตัปปะอย่างแก่กล้า และได้ถึงปฏิปทาอย่างอุกฤษฏ์ในอินทรีย์สังวร
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka