Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 44 หน้าที่ 343

เล่ม มมร. 44 หน้า 343 ข้อ 81
คิดว่า เราควรสงเคราะห์คนเข็ญใจแก่ชราเหล่านี้แหละ. ท้าวสักกะนั้น เข้าไปข้างในคดข้าวสุกในหม้อออกจากหม้อใส่เต็มบาตร แล้ววางไว้ในมือ พระเถระ. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ท้าวสักกะจอมเทพเจ้าได้เห็น แล้วแล ฯ ล ฯ ได้ถวายแล้ว ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ฆฏิยา แปลว่า จากหม้อข้าว. บาลีว่า ฆฏิโอทนํ ดังนี้ก็มี. อาจารย์บางพวกกล่าวอรรถของบาลีนั้นว่า ชื่อว่า ข้าวสุกในหม้อ ได้แก่อาหารพิเศษบางอย่างของพวกเทพ. บทว่า อุทฺธ ริตฺวา ได้แก่ ยกขึ้นจากภาชนะไหน ๆ. อาหารนั่นแหละมีสูปะมากมาย ในเวลาใส่ลงในบาตรแล้ววางในมือพระเถระ ปรากฏเหมือนอาหารปอน ๆ ที่สำเร็จแก่คนกำพร้า แต่อาหารนั้น เพียงวางไว้ในมือ ได้ตั้งอยู่โดยสภาวะ เหมือนของทิพย์สำหรับตน. บทว่า อเนกสูโป ได้แก่ สูปะหลายอย่าง โดยสูปะมีถั่วเขียวและถั่วราชมาสเป็นต้น และโดยชนิดของเคี้ยวมากมาย. บทว่า อเนภพฺยชโน ได้แก่ แกงอ่อมต่างชนิด. บทว่า อเนกสูปพฺยญฺ- ชโน* ความว่า มีสูปะและพยัญชนะรสเลิศต่าง ๆ อันประกาศถึงรสเดิม มีน้ำหวานเป็นต้น และรสที่เจือกัน ด้วยสูปะและพยัญชนะมากมาย. ได้ยินว่า บิณฑบาตนั้น ในเวลาวางไว้ในมือของพระเถระ ตลบ ไปด้วยกลิ่นทิพย์ของตนทั่วกรุงราชคฤห์. ลำดับนั้น พระเถระคิดว่า บุรุษ นี้มีศักดิ์น้อย แต่บิณฑบาตของเขาประณีตยิ่งนัก เสมือนโภชนะของท้าว- สักกเทวราช นั่น ใครหนอ. ลำดับนั้น พระเถระทราบว่าท่านเป็นท้าว- สักกะ จึงกล่าวว่า ดูก่อนท้าวโกสีย์ ข้อที่พระองค์แย่งสมบัติของคนเข็ญใจ * ของฉัฏฐีสังคีติ เป็น อเนกรสพฺยญฺชโน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka