คิดว่า เราควรสงเคราะห์คนเข็ญใจแก่ชราเหล่านี้แหละ. ท้าวสักกะนั้น
เข้าไปข้างในคดข้าวสุกในหม้อออกจากหม้อใส่เต็มบาตร แล้ววางไว้ในมือ
พระเถระ. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ท้าวสักกะจอมเทพเจ้าได้เห็น
แล้วแล ฯ ล ฯ ได้ถวายแล้ว ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ฆฏิยา แปลว่า จากหม้อข้าว. บาลีว่า
ฆฏิโอทนํ ดังนี้ก็มี. อาจารย์บางพวกกล่าวอรรถของบาลีนั้นว่า ชื่อว่า
ข้าวสุกในหม้อ ได้แก่อาหารพิเศษบางอย่างของพวกเทพ. บทว่า อุทฺธ
ริตฺวา ได้แก่ ยกขึ้นจากภาชนะไหน ๆ. อาหารนั่นแหละมีสูปะมากมาย
ในเวลาใส่ลงในบาตรแล้ววางในมือพระเถระ ปรากฏเหมือนอาหารปอน ๆ
ที่สำเร็จแก่คนกำพร้า แต่อาหารนั้น เพียงวางไว้ในมือ ได้ตั้งอยู่โดยสภาวะ
เหมือนของทิพย์สำหรับตน. บทว่า อเนกสูโป ได้แก่ สูปะหลายอย่าง
โดยสูปะมีถั่วเขียวและถั่วราชมาสเป็นต้น และโดยชนิดของเคี้ยวมากมาย.
บทว่า อเนภพฺยชโน ได้แก่ แกงอ่อมต่างชนิด. บทว่า อเนกสูปพฺยญฺ-
ชโน* ความว่า มีสูปะและพยัญชนะรสเลิศต่าง ๆ อันประกาศถึงรสเดิม
มีน้ำหวานเป็นต้น และรสที่เจือกัน ด้วยสูปะและพยัญชนะมากมาย.
ได้ยินว่า บิณฑบาตนั้น ในเวลาวางไว้ในมือของพระเถระ ตลบ
ไปด้วยกลิ่นทิพย์ของตนทั่วกรุงราชคฤห์. ลำดับนั้น พระเถระคิดว่า บุรุษ
นี้มีศักดิ์น้อย แต่บิณฑบาตของเขาประณีตยิ่งนัก เสมือนโภชนะของท้าว-
สักกเทวราช นั่น ใครหนอ. ลำดับนั้น พระเถระทราบว่าท่านเป็นท้าว-
สักกะ จึงกล่าวว่า ดูก่อนท้าวโกสีย์ ข้อที่พระองค์แย่งสมบัติของคนเข็ญใจ
* ของฉัฏฐีสังคีติ เป็น อเนกรสพฺยญฺชโน.