พระเจ้าเมชฌะคิดประทุษร้ายในมา-
ตังคฤาษี ผู้เรืองยศสรัฐมณฑลของพระเจ้า
เมชฌะ พร้อมด้วยบริษัท ก็ได้สูญสิ้นไป
ในครั้งนั้น ดังนี้.
อัญญเดียรดีย์ทั้งหลาย มีนิครนถนาฏบุตรเป็นต้น ผู้ถูกทั้งสักการะ
และอสักการะครอบงำ ก็ควรนำมาแสดงด้วย.
พึงทราบวินิจฉัยในคาถาทั้งหลายต่อไป บทว่า อุภยํ ได้แก่ทั้งสักการะ
และอสักการะทั้งสองอย่าง. บทว่า สมาธิ น วิกมฺปติ ความว่า สมาธิย่อม
ไม่หวั่นไหว คือมีสภาพเป็นเอกนั่นแหละตั้งอยู่. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
ผู้มีปกติอยู่ด้วยความไม่ประมาท (เพื่อจะทรงแก้คำถาม) ว่า ก็สมาธิของใครเล่า
ไม่หวั่นไหว ? อธิบายว่า ของผู้ชื่อว่ามีปกติอยู่ด้วยความไม่ประมาท คือเป็น
พระอรหันต์ เพราะละธรรมที่เป็นเหตุแห่งความประมาท มีราคะเป็นต้นได้
ด้วยดี ด้วยว่า ท่านไม่หวั่นไหว เพราะโลกธรรมทั้งหลาย. บทว่า สุขุม-
ทิฏฺิวิปสฺสกํ ความว่า ผู้ชื่อว่าเห็นแจ้งด้วยทิฏฐิอันสุขุม เพราะมีความเห็น
แจ้งที่เป็นไปแล้วเนือง ๆ ด้วยทิฏฐิ คือปัญญาอันสุขุม เหตุได้บรรลุผลสมาบัติ.
บทว่า อุปาทานกฺขยารามํ ความว่า ผู้ชื่อว่า มีความสิ้นอุปาทานเป็นที่มา
ยินดี เพราะมีอรหัตผลอันเป็นที่สิ้นไป คือเป็นที่สิ้นสุด แห่งอุปาทานทั้ง ๔
ที่ตนจะต้องยินดี. คำที่เหลือ มีนัยดังกล่าวแล้วทั้งนั้น.
จบอรรถกถาสักการสูตรที่ ๒