พึงทราบวินิจฉัยในคาถาทั้งหลายดังต่อไปนี้ บทว่า มหนฺตํ ความว่า
ชื่อว่าเป็นผู้ใหญ่ เพราะใหญ่ด้วยคุณมีศีลเป็นต้น. บทว่า วีตสารทํ ความว่า
ปราศจากความครั่นคร้าม คือปราศจากความเก้อเขิน เพราะไม่มีกิเลสที่จะทำ
ให้สะทกสะท้าน. บทว่า ปุริสาชญฺ ความว่า ดูก่อนบุรุษผู้สูงสุด ผู้เป็น
ชาติอาชาไนย ในบุรุษทั้งหลาย เหมือนม้าที่เป็นชาติอาชาไนยเป็นต้น ในสัตว์
ทั้งหลายมีม้าเป็นต้น. บทว่า ทุชฺชยมชฺฌภู ความว่า ครอบงำ คือ ยืดครอง
กองทัพคือกิเลส อันคนส่วนมากก็ไม่สามารถเพื่อจะชนะได้. บางอาจารย์กล่าว
ว่า อชฺชยิ ดังนี้ก็มี. ความหมายก็คือ เอาชนะไม่ได้. บทว่า เชตฺวา
มจฺจุโน เสนํ วิโมกฺเขน อนาวรํ ความว่า ชนะเสนาแห่งมัจจุคือมาร
ผู้ชื่อว่าไม่มีใครกั้นไว้ได้ เพราะชนเหล่าอื่นไม่สามารถที่จะขัดขวาง ทัดทานได้
เพราะเป็นเสนามีจำนวนมาก โดยครอบไว้ได้ทั้ง ๓ โลก และโดยจำแนกออก
ไปถึง หนึ่งพันห้าร้อยเป็นต้น. เชื่อมความว่า ข้าแต่บุรุษผู้อาชาไนย ขอ
นอบน้อมแต่ท่านผู้ได้ชัยชนะมาร ที่ชนะได้โดยยากดังนี้. บทว่า อิติ ความว่า
ด้วยประการดังกล่าวแล้ว. บทว่า หิ เป็นเพียงนิบาต. พระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงแสดงเนื้อความที่ตรัสไว้แล้วนั่นแหละ ด้วยสามารถแห่งนิคมพจน์ (คำ
ลงท้าย) ว่าเทวดาทั้งหลายย่อมนมัสการพระขีณาสพผู้สมประสงค์นั้น
คือผู้บรรลุพระอรหัตแล้ว. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า อิติ ได้แก่ ด้วยเหตุนี้
ก็เหตุนั้นคืออะไร ? คือข้อที่พระอริยบุคคลมีมานัส (อรหัต) อันบรรลุแล้ว
ด้วยการชนะเสนาของนมุจิมาร. อธิบายว่า เทวดาทั้งหลาย ย่อมนมัสการ
พระขีณาสพนั้น.
ด้วยเหตุนี้ เมื่อจะทรงแสดงเหตุนั้น โดยผล พระผู้มีพระภาคเจ้าจึง
ตรัสว่า ตญฺหิ ตสฺส นมสฺสนฺติ เยน มจฺจุวสํ วเช ดังนี้. บาท-