Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 45 หน้าที่ 542

เล่ม มมร. 45 หน้า 542 ข้อ 268
มีมาในขณะเช่นในประโยคมีอาทิว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หญิง คนใดคนหนึ่ง กำลังล้างภาชนะอยู่ ได้เห็นข้าพระองค์ในขณะฟ้าแลบ ดังนี้. อีกอย่างหนึ่ง มีมาในช่อง เช่นในประโยคมีอาทิว่า ธารน้ำร้อน ไหลมาจาก ช่องนรกใหญ่ ๒ ขุม. มีมาในผ้าห่ม เช่นในประโยคมีอาทิว่า ดูก่อนนางเทพธิดา ผู้มีผ้านุ่งผ้าห่ม และธงอันล้วนแล้วแต่สีเหลือง ประดับ- ประดาด้วยเครื่องอลังการสีเหลือง เธอถึง จะไม่ได้ตกแต่งด้วยผ้าสีเหลืองเลยก็งดงาม ตามธรรมชาติ. มีมาในจิต เช่นในประโยคมีอาทิว่า จิตของผู้ใดไม่มีความกำเริบ ดังนี้. แม้ในที่นี้ พึงทราบว่า อันตราศัพท์ได้ความหมายว่า ในจิตนั่นเอง เพราะฉะนั้น อกุศลธรรมเหล่านั้น ชื่อว่า อนฺตรา เพราะมีอยู่ในภายใน คือจิต. ชื่อว่า เป็นมลทิน เพราะทำความมัวหมองให้แก่สันดานที่มันเกิดขึ้น. ขึ้นชื่อว่า มลทิน ในบทว่า อนฺตรามลา นั้นมี ๒ อย่างคือ มลทินของร่างกาย ๑ มลทินของใจ ๑ ในมลทิน ๒ อย่างนั้น มลทินของ ร่างกาย ได้แก่ เหงื่อไคลเป็นต้น เกิดแล้วในร่างกาย และลอองธุลีที่ปลิวมา จับอยู่ในร่างกายนั้น มลทินนั้น จะนำออกไปได้ก็ด้วยน้ำ (แต่) สังกิเลส หาเป็นเช่นนั้นไม่ แต่ (เพราะ) สังกิเลสมีราคะเป็นต้น ที่เป็นมลทินของจิต จะนำออกไปได้ด้วยพระอริยมรรคเท่านั้น. สมจริงดังที่พระโบราณาจารย์กล่าว คำนี้ไว้ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นมหาฤษี นี้ได้ตรัสไว้ว่า เมื่อรูปเศร้าหมองแล้ว คน ทั้งหลายก็จะเศร้าหมอง เมื่อรูปบริสุทธิ์
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka