Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 45 หน้าที่ 697

เล่ม มมร. 45 หน้า 697 ข้อ 289
การรับเอาพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ปรารภความเพียรด้วยสามารถ แห่งเนกขัมมะมีการพิจารณาโทษในตัณหาเป็นต้น แล้วบวชทวนกระแสแห่ง ตัณหาเป็นต้น และการก้าวล่วงกระแสตัณหา ด้วยการปรารภความเพียรนั้น นั่นเอง คือ การถึงฝั่ง คือ พระนิพพาน แล้วอยู่อย่างสบาย ตามชอบใจ ด้วยอำนาจอรหัตผลสมาบัติ เหมือนการเชื่อถ้อยคำของบุรุษคนนั้น (ผู้ชี้- โทษให้เห็น) แล้ว ทำความพยายามด้วยมือและเท้า (มือพุ้ยน้ำและเท้าถีบน้ำ) และเหมือนการถึงฝั่งนอกด้วยความพยายามนั้นแล้วไปสู่สถานที่ ๆ คนต้องการ ได้อย่างสะดวกสบาย ดังนี้. พึงทราบวินิจฉัย ในคาถาทั้งหลาย (ต่อไป) บทว่า สหาปิ ทุกเขน ชเหยฺย กาเม ความว่า ภิกษุ เมื่อทำความเพียรเนือง ๆ ในสมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อบรรลุฌานและมรรค ถ้าหากบรรดาข้อปฏิบัติ เหล่านั้น บุพภาคปฏิบัติสำเร็จได้โดยยากโดยลำบาก คือ ลงสู่วิถีไม่ได้โดยสะดวก ด้วยบุพภาคภาวนา เพราะกิเลสทั้งหลายยังมีกำลัง หรือเพราะความเพียร ยังไม่แก่กล้าไซร้ เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็พึงละกามได้ แม้พร้อมด้วยความลำบาก คือ พึงใช้ปฐมฌานข่มไว้พลาง ใช้มรรคที่ ๓ ตัดขาดไปพลาง จะละกามกิเลสได้. ด้วยคำว่า สหาปิ ทุกฺเขน กาเม นั่น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงฌาน และมรรคที่เป็นทุกขาปฏิปทา. บทว่า โยคกฺเขมํ อายตึ ปฏฺยาโน ความว่า ปรารถนา คือ มุ่งหวังพระอรหัตผลที่ตนยังไม่ถึง. จริงอยู่ ในข้อนี้มีอธิบายดังต่อไปนี้ คือ เธอ ปรารถนาอยู่ว่า แม้ ถ้าหากว่า เราจะบรรลุฌานและมรรคเบื้องสูงได้โดยยากโดยลำบากในบัดนี้ไซร้ แต่เราก็จะอาศัยฌานนี้และมรรคเบื้องสูงนี้ บรรลุอรหัตผลแล้วจักเป็นผู้เสร็จกิจ ละทุกข์ทั้งปวงเสียได้ดังนี้แล้ว พึงละกามทั้งหลายพร้อมด้วยฌานเป็นต้นได้ โดยลำบาก. อีกอย่างหนึ่ง บุคคลใดมากด้วยกามวิตก บวชปฏิบัติการชำระศีล
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka