Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 45 หน้าที่ 698

เล่ม มมร. 45 หน้า 698 ข้อ 289
หรือข้อปฏิบัติเบื้องต้นของฌานเป็นต้น อยู่ด้วยอำนาจของกัลยาณมิตรมีน้ำตานอง หน้าร้องไห้ไป ข่มวิตกไป โดยยากโดยลำบาก พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส หมายเอาบุคคลนั้นว่า พึงละกามพร้อมด้วยความลำบาก. เพราะว่า กุลบุตรนั้น เมื่อละกามได้ โดยยากเย็นให้ฌานเกิดขึ้นแล้ว ทำฌานนั้นให้เป็นเบื้องบาท พิจารณาเห็นแจ้งอยู่. พึงดำรงอยู่ในอรหัตผลตามลำดับ. ด้วยเหตุนั้น พระ- ผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสไว้ว่า ปรารถนาธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะต่อไป. บทว่า สมฺปชาโน ความว่า รู้ทั่วถึง โดยชอบนั่นเอง ด้วยมรรค ปัญญาที่ประกอบด้วยวิปัสสนา. บทว่า สุวิมุตฺตจิตฺโต ได้แก่ เป็นผู้มีจิต หลุดพ้นแล้วด้วยดี ด้วยผลวิมุตติ ในลำดับแห่งการบรรลุอริยมรรคนั้น. บทว่า วิมุตฺติยา ผสฺสเย ตตฺถ ตตฺถ ความว่า พึงสัมผัส คือ ถึง ได้แก่บรรลุ หมายความว่า ทำให้แจ้งซึ่งวิมุตติ คือ พระนิพพาน ในเวลาบรรลุมรรคผล นั้น ๆ. แท้จริงคำว่า วิมุตฺติยา นี้ เป็นฉัฏฐีวิภัตติใช้ในความหมายของทุติยา- วิภัตติ. อีกอย่างพึงสัมผัส คือ ถูกต้อง ได้แก่ ถึงมรรคจิตของตนด้วยวิมุตติ ที่เป็นอารมณ์ในเวลานั้น ๆ คือ ในเวลาเข้าผลสมาบัตินั้น ๆ อธิบายว่า พึงอยู่ ด้วยผลสมาบัติที่หยั่งลงสู่พระนิพพาน. บทว่า ส เวทคู ความว่า ผู้นั้น ชื่อว่า เป็นผู้จบพระเวท เพราะถึง คือ แทงตลอดสัจจะ ๔ อย่างด้วยมรรคญาณ กล่าวคือพระเวท. บทว่า โลกนฺตคู ความว่า เป็นผู้ไปจบแดนขันธโลก. คำที่เหลือ เข้าใจง่ายอยู่แล้ว. จบอรรถกถาปุริสสูตรที่ ๑๐
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka