บทว่า โลกสฺมา ความว่า จากโลกตามที่กล่าวแล้ว บทว่า วิสํยุตฺโต
ความว่า ไม่เกี่ยวข้องแล้ว อธิบายว่า พ้นไปจากโลกนั้น เพราะตัดขาด
สังโยชน์ทั้งหมด ที่เนื่องด้วยโลกนั้นออกไปได้โดยชอบทีเดียว.
บทว่า โลกสมุทโย ได้แก่ตัณหา ตามสุตตันตนัย แต่ตามอภิธรรมนัย
ได้แก่กิเลส ๑,๕๐๐ พร้อมด้วยอภิสังขารทั้งหลาย. บทว่า ปหีโน ได้แก่
ทรงละกิเลสพร้อมทั้งวาสนาได้ ด้วยอำนาจสมุจเฉทปหาน ด้วยอรหัตมรรค-
ญาณที่โพธิมณฑล. บทว่า โลกนิโรโธ ได้แก่ พระนิพพาน บทว่า สจฺฉิกโต
ได้แก่ ทำให้ประจักษ์แก่พระองค์เอง. บทว่า โลกนิโรธคามินีปฏิปทา
ได้แก่อัษฎางคิกมรรค อันเป็นอริยะสงเคราะห์ลงในขันธ์ ๓ มีศีลขันธ์เป็นต้น.
เพราะว่า ทางนั้นไปถึงคือบรรลุถึงพระนิพพานอันเป็นที่ดับโลก หรืออัน
พระอริยเจ้าทั้งหลายดำเนินไปเพื่อพระนิพพานนั้น เพราะฉะนั้น จึงเรียกว่า
โลกนิโรธคามินีปฏิปทา (ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับโลก).
ด้วยคำเพียงเท่านี้ เป็นอันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงเนื้อความ
นี้ว่า ชื่อว่าตถาคต เพราะตรัสรู้ยิ่ง คือถึงตามความเป็นจริง ซึ่งสิ่งที่แท้จริง
อธิบายว่า อริยสัจ ๔ ชื่อว่า ตถา (สิ่งที่แท้จริง). ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ได้ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่แท้จริง ไม่ผิดพลาด ไม่เป็นอย่างอื่น
เหล่านี้มี ๔ อย่าง ๔ อย่างคืออะไร ? คือ ภิกษุทั้งหลาย คำว่า นี้ทุกข์
นั่นเป็นสิ่งที่แท้จริง นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ผิดพลาด นั่นเป็นสิ่งที่ไม่เป็นอย่างอื่น.
พึงทราบความพิสดารต่อไป.
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า ตถาคต เพราะเสด็จไปเพื่อสิ่งที่แท้จริง ชื่อว่า
ตถาคต เพราะทรงถึงสิ่งที่แท้จริง. อนึ่ง บทว่า คโต ได้แก่ทรงบรรลุแล้ว
คือทรงผ่านมาแล้ว หมายความว่า ทรงถึงแล้ว อธิบายว่า ทรงปฏิบัติแล้ว.
มีคำอธิบายไว้ดังนี้ว่า เพราะเหตุที่พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จถึง คือบรรลุแล้ว