ไม่สนใจ นั่งแล้วครู่หนึ่ง ก็กลับนั่งยอง ๆ ครู่หนึ่ง แล้วลุกขึ้นยืนครู่หนึ่ง
ค้นอยู่ซึ่งต้นไม้นั้น ในระหว่างกิ่งและคาคบทั้งปวง ลำบากอยู่ (เหน็ดเหนื่อยอยู่).
ลำดับนั้น ภิกษุนั้นกล่าวกะพราหมณ์นั้นว่า ่" พราหมณ์ท่านแสวงหา
อะไร ? "
พราหมณ์นั้นตอบว่า " ผมแสวงหาดอกมะเดื่อขอรับ "
ภิกษุนั้นกล่าวว่า " พราหมณ์ ธรรมดาว่าดอกมะเดื่อไม่มีในโลก
คำพูดนี้ (คำว่าดอกมะเดื่อมี) เป็นคำเท็จ ท่านอย่าได้ลำบากเลย "
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบอัธยาศัยของภิกษุนั้น จึงทรง
เปล่งรัศมี แล้วได้ตรัสโอภาสคาถาทั้งหลายเหล่านี้ แก่ภิกษุนั้น ผู้มีมานะมาก
อันประมวลมาถึงพร้อมแล้วว่า โย นาชฺฌคมา ภเวสุ สารํ เป็นต้น
ผู้ศึกษาควรกล่าวคาถาทุกคาถา.
ในบรรดาคาถาเหล่านั้น จะได้กล่าวถึงคาถาที่ ๑ ก่อน. บทว่า
นาชฺฌคมา ได้แก่ ไม่ถึง คือ ไม่ประสบ.
บทว่า ภเวสุ ได้แก่ ในกามภพ รูปภพ อรูปภพ สัญญีภพ
อสัญญีภพ เนวสัญญีนาสัญญีภพ เอกโวการภพ จตุโวการภพ และปัญจ-
โวการภพ.
บทว่า สารํ ได้แก่ ภาวะที่เที่ยง หรืออัตภาพ.
บทว่า วิจินํ คือ แสวงหาอยู่ด้วยปัญญา.
คำว่า ปุปฺผมิว อุทุมฺพเรส เป็นต้น มีเนื้อความและโยชนา
ดังนี้ว่า ก็พระโยคาวจร เลือกอยู่ด้วยปัญญา ก็ไม่พบสาระไร ๆ ในภพทั้งหลาย