Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 46 หน้าที่ 41

เล่ม มมร. 46 หน้า 41 ข้อ 294
เหมือนพราหมณ์นี้ เมื่อเลือกดอกที่ต้นมะเดื่อทั้งหลาย ก็ไม่พบดอกมะเดื่อ ฉะนั้น พระโยคาวจรนั้น เห็นแจ้งธรรมเหล่านั้นอยู่ โดยความไม่เที่ยงและ โดยความเป็นสภาพไม่ใช่ตน เพราะอรรถว่าหาสาระไม่ได้ บรรลุอยู่ซึ่ง โลกุตรธรรมทั้งหลายโดยลำดับ ชื่อว่าย่อมละซึ่งฝั่งในและฝั่งนอกเสียได้เหมือน งูละคราบเก่าที่คร่ำคร่าเสียฉะนั้น. แต่ในคาถาที่เหลือทั้งหลาย ข้าพเจ้าจักไม่ กล่าวโยชนาแห่งคาถานั้น กล่าวเฉพาะเนื้อความที่แปลกกัน เท่านั้น. ในสองบาทคาถาว่า ยสฺสนฺตรโต น สนฺติ โกปา อิติ ภวา- ภวตญฺจ วีติวตฺโต นี้ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ อันตรศัพท์นี้ปรากฏ ในอรรถทั้งหลายเป็นอันมาก มีอรรถว่าเหตุ อรรถว่าท่ามกลาง และอรรถว่า จิต เป็นต้นอย่างนี้ว่า ชนทั้งหลาย ประชุมปรึกษากัน ที่ ฝั่งแม่น้ำ ที่หนทาง ที่สภา และที่ถนน ส่วน ข้าพเจ้าและท่านมาประชุมกัน เพราะเหตุ อะไร๑ ? ว่า " บุคคลย่อมถึงที่สุด ในท่ามกลางได้ ด้วยการบรรลุคุณวิเศษ อันมี ประมาณน้อย " และว่า ความโกรธก่อให้เกิดความฉิบหาย ความโกรธทำให้จิตกำเริบ ชนย่อมไม่รู้จัก ความโกรธนั้นซึ่งบังเกิดขึ้นแต่จิตที่เป็นภัย. แต่ในที่นี้ อันตรศัพท์ ใช้ในอรรถว่าจิต.๒ ๑. สํ. สคาถา. ๒๖๑. ๒. อํ. สตฺตก. ๙๙.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka