Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 46 หน้าที่ 81

เล่ม มมร. 46 หน้า 81 ข้อ 295
อภิสังขารและวิญญาณ กล่าวคือจ่าฝูง เพราะอรรถว่า เป็นใหญ่ เพราะอรรถว่า ถึงก่อน (เป็นหัวหน้า) และเพราะอรรถว่าประเสริฐที่สุด เรานั้นยินดีแล้วใน ความไม่มี อันเป็นความเกษมจากโยคะทั้งปวงนี้ แต่ท่านซิยินดีแล้วในความมี อันเป็นที่ตั้งแห่งทุกข์ มีความเศร้าโศกเป็นต้น เพราะฉะนั้น การกล่าวของเรา ผู้ยินดีแล้วในความเกษมจากโยคะทั้งปวงนี้ จึงถูกต้องแล้ว แน่ะฝน เมื่อเป็น เช่นนี้ หากท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาซิ. นายธนิยะฟังแม้พุทธภาษิตนั้นแล้ว ปรารถนาจะเข้าถึงอมตรสแห่ง สุภาษิต แม้ให้ยิ่งขึ้นไปกว่านั้น เมื่อจะแสดงสมบัติคือการผูกฝูงโคของตน ไว้ที่หลัก จึงกล่าวว่า ขีลา นิขาตา เป็นต้น. เสาสำหรับผูกโค ชื่อว่า ขีลา. บทว่า นิขาตา ได้แก่ที่เขาตอกปักลง ไปในพื้นดิน คือ เป็นเสาเล็ก (หรือ) ใหญ่ ที่เขาฝังตั้งไว้แล้ว. บทว่า อสมฺปเวธี คือ ไม่หวั่นไหว. เชือกสำหรับผูกพิเศษ ซึ่งประกอบด้วยปมและบ่วง ที่เขาทำไว้แล้ว ชื่อว่า ทามา. บทว่า มุญฺชมยา ได้แก่ ที่ทำด้วยหญ้าปล้อง (หญ้ามุงกระต่าย). บทว่า นวา คือ ทำแล้วไม่นาน (ใหม่). บทว่า สุสณฺานา ได้แก่ มีสัณฐานดี คือปั้นดี ได้แก่ มีลักษณะดี. บทว่า น หิ สกฺขินฺติ ได้แก่ จักไม่อาจเลย. บทว่า เธนุปาปิ เฉตฺตุํ ความว่า แม้โคหนุ่มทั้งหลายก็จักไม่อาจจะ ให้ขาดได้เลย.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka