บทว่า ภวามเส คือ ย่อมเป็น อีกอย่างหนึ่ง อธิบายว่า โอหนอ
พวกเรา พึงเป็น (ผู้ถึงที่สุดแห่งทุกข์) ดังนั้น ผู้ศึกษาพึงทราบคำนั้นได้ โดย
นัยที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้ว ในคำว่า จรามเส นี้.
ได้ยินว่า ก็สามีและภรรยาแม้ทั้งสอง แม้ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว จึง
ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วทูลขอบรรพชาอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระผู้มี-
พระภาคเจ้า ขอพระองค์พึงให้ข้าพระองค์ทั้งสองบรรพชาเถิด.
ครั้งนั้น มารผู้มีบาป เห็นสามีภรรยาแม้ทั้งสองนั้นถวายบังคมแล้ว
กราบทูลขอบรรพชาอยู่ จึงคิดว่า สามีภรรยาทั้งสองนี้ต้องการจะพ้นอำนาจ
ของเราไป เอาเถิด บัดนี้ เราจะทำอันตรายแก่เขาทั้งสองเหล่านั้น ดังนี้แล้ว
เมื่อจะแสดงคุณในการครองเรือน จึงกล่าวคาถานี้ว่า นนฺทติ ปุตฺเตหิ
ปุตฺติมา เป็นต้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นนฺทติ ได้แก่ ยินดีคือชื่นชม. บทว่า
ปุตฺเตหิ ได้แก่บุตรทั้งหลายและธิดาทั้งหลาย. คำว่า ปุตฺเตหิ นั้น เป็นตติยา-
วิภัตติ ใช้ในอรรถว่า กับ หรือใช้ในอรรถว่า ด้วย มีคำอธิบายว่า ย่อมเพลิด
เพลินกับบุตรทั้งหลาย หรือย่อมเพลิดเพลินด้วยบุตรทั้งหลายที่เป็นเหตุ (ให้
เพลิดเพลิน).
บุคคลผู้มีบุตร ชื่อว่า ปุตฺติมา ท่านกล่าวอย่างนี้ด้วยศัพท์ว่า อิติ.
เทวบุตรผู้ทรงเทริดดอกไม้องค์ใดองค์หนึ่ง ในสวรรค์ชั้นวสวัตดีภูมิ
(ปรนิมมิตวสวัตดี) ชื่อว่า มาร.