Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 46 หน้าที่ 189

เล่ม มมร. 46 หน้า 189 ข้อ 296
บุคคลพึงครอบงำอันตรายเหล่านี้แม้ ทั้งปวง คือ หนาว ร้อน หิว ระหาย ลม แดด เหลือบ และสัตว์เลื้อยคลานแล้ว พึงเที่ยวไป ผู้เดียว เหมือนนอแรด ฉะนั้น ดังนี้แล้ว เสด็จไปสู่เงื้อมแห่งภูเขานันทมูลกะ. ในคาถานั้น บทว่า สีตญฺจ ได้แก่ หนาว ๒ ชนิด คือ ธาตุใน ภายในกำเริบเป็นปัจจัย ๑ ธาตุในภายนอกกำเริบเป็นปัจจัย ๑. ร้อนก็เหมือนกัน. บทว่า ฑํสา ได้แก่ แมลงสีเหลือง. บทว่า สิรึสปา ความว่า ทีฆชาติ เหล่าใดเหล่าหนึ่งเสือกคลานไป. บทที่เหลือปรากฏชัดแล้ว. แม้คำนิคม ก็พึง ทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วนั้นแล. สีตาลุกคาถาวัณณนา จบบริบูรณ์ คาถาที่ ๑๙ คาถาว่า นาโค ว ดังนี้ มีอุบัติอย่างไร ? ได้ยินว่า ในกรุงพาราณสี พระราชาพระองค์หนึ่ง เสวยราชสมบัติ เป็นเวลา ๒๐ ปี สวรรคตแล้ว ไหม้อยู่ในนรกตลอด ๒๐ ปีเหมือนกัน เกิดใน กำเนิดช้าง ในหิมวันตประเทศ มีขันธ์เกิดดีแล้ว มีร่างกายทั้งสิ้นมีสีเหมือน ดอกปทุม โอฬารเป็นจ่าโขลง เป็นช้างใหญ่. ลูกช้างทั้งหลายแล ย่อมเคี้ยว กินกิ่งไม้ที่พญาช้างนั้นหักแล้ว แม้ในเวลาก้าวลงสู่น้ำ ช้างพังทั้งหลายก็ลูบไล้ พญาช้างด้วยเปือกตม เรื่องทั้งหมดเป็นเหมือนเรื่องของพญาช้างปาลิไลยกะ พญาช้างนั้น เบื่อหน่ายหลีกออกจากโขลง แต่นั้นโขลงช้างก็ติดตามพญาช้าง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka