Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 513

<< | หน้าที่ 513 | >>
[๕๖] (พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่งกล่าวดังนี้)

(พระปัจเจกสัมพุทธเจ้า) เป็นผู้ไม่โลภ

ไม่หลอกลวง ไม่กระหาย ไม่มีความลบหลู่

กำจัดกสาวะ(กิเลสดุจน้ำย้อม) และโมหะได้แล้ว

ไม่มีความหวัง ในโลกทั้งปวง

จึงประพฤติอยู่ผู้เดียวเหมือนนอแรด

[๕๗] (พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่งกล่าวดังนี้)

บุคคลพึงละเว้นสหายชั่วผู้ไม่เห็นประโยชน์

ผู้ตั้งอยู่ในธรรมที่ผิด

ไม่พึงคบคนผู้ขวนขวาย และผู้ประมาทด้วยตนเอง

จึงประพฤติอยู่ผู้เดียวเหมือนนอแรด

[๕๘] (พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่งกล่าวดังนี้)

บุคคลพึงคบมิตรผู้เป็นพหูสูต ทรงธรรม

ผู้ยิ่งใหญ่ มีปฏิภาณ รู้จักประโยชน์แล้ว

พึงกำจัดความสงสัยได้

จึงประพฤติอยู่ผู้เดียวเหมือนนอแรด

[๕๙] (พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่งกล่าวดังนี้)

(พระปัจเจกสัมพุทธเจ้า) ไม่ชื่นชมการเล่น

ความยินดี และความสุขในโลก ไม่ใส่ใจ

งดเว้นจากฐานะแห่งการประดับตกแต่ง พูดคำจริง

จึงประพฤติอยู่ผู้เดียวเหมือนนอแรด

[๖๐] (พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่งกล่าวดังนี้)

(พระปัจเจกสัมพุทธเจ้า) ละทิ้งบุตร ภรรยา บิดา มารดา

ทรัพย์ ธัญชาติ พวกพ้อง และกาม ตามส่วนแล้ว

จึงประพฤติอยู่ผู้เดียวเหมือนนอแรด

๑ ไม่มีความหวัง หมายถึงไม่มีตัณหา (ขุ.สุ.อ.๑/๕๖/๑๐๕)
๒ ขวนขวาย หมายถึงเกี่ยวข้องในธรรมผิดด้วยอำนาจมิจฉาทิฏฐิ ๑๐ ประการ (ขุ.สุ.อ.๑/๕๗/๑๐๖)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka