Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 46 หน้าที่ 466

เล่ม มมร. 46 หน้า 466 ข้อ 311
บุคคลย่อมทดแม้น้ำได้ด้วยสัจจวาจา บัณฑิตทั้งหลายย่อมกำจัดแม้พิษได้ด้วยสัจจะ เทพย่อมหลั่งน้ำนมด้วยสัจจะ บัณฑิตทั้ง- หลายดำรงอยู่ในสัจจะย่อมปรารถนาพระ นิพพาน รสเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีอยู่ในแผ่น ดิน สัจจะเทียวดีกว่ารสเหล่านั้น สมณะและ พราหมณ์ดำรงอยู่ในสัจจะ ย่อมข้ามฝั่งแห่ง ชาติมรณะได้ ดังนี้. บทว่า สาธุตรํ ได้แก่ หวานกว่า ประณีตกว่า. บทว่า รสานํ ความว่า ธรรมควรลิ้มเหล่าใดเหล่าหนึ่ง โดยนัยมีอาทิว่า รสเกิดแต่ราก รสเกิดแต่ลำต้น ธรรมมีการติเตียนรสแห่งวาจา และพยัญชนะที่เหลือเป็นต้น เหล่าใดเหล่าหนึ่ง โดยนัยมีอาทิว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตรสเกิด แต่ผลทั้งหมด พระโคดมผู้เจริญมีรูปไม่เป็นรส ดูก่อนพราหมณ์ รูปรส สัททรสเหล่าใดแล ไม่เป็นอาบัติในรสรส ธรรมวินัยนี้มีรสเดียว คือ วิมุตติรส หรือว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นส่วนแห่งอรรถรส ธรรมรส เรียกว่า รส สัจจะแลดีกว่ารสเหล่านั้น คือ สัจจะนั่นเทียว ดีกว่า คือ ชอบกว่า ประเสริฐ กว่า อุดมกว่ารสเหล่านั้น. จริงอยู่ รสทั้งหลายมีรสเกิดแต่รากเป็นต้น พอกพูนสรีระและนำมา ซึ่งสุขอันประกอบด้วยสังกิเลส ในสัจจรส รสคือวิรัติสัจจะและวาจาสัจจะ ย่อม พอกพูนจิต ด้วยสมถะและวิปัสสนาเป็นต้น และย่อมนำมาซึ่งสุขอันประกอบ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka