Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 47 หน้าที่ 481

เล่ม มมร. 47 หน้า 481 ข้อ 371
ได้ในกาลทุกเมื่อ ไม่ข้องอยู่ในธรรมมีขันธ์ เป็นต้นทั้งปวง มีจิตหลุดพ้นแล้ว ไม่มีปฏิฆะ นั้น บัณฑิตกล่าวว่า ผู้มีจรณะ. ผู้ใดขับไล่กรรมอันมีทุกข์เป็นผล ซึ่งมีอยู่ ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และเป็น ปัจจุบันได้แล้ว มีปกติกำหนดด้วยปัญญา เที่ยวไป กระทำมายากับทั้งมานะ ความโลภ ความโกรธ และนามรูป ให้มีที่สุดได้แล้ว ผู้นั้น บัณฑิตกล่าวว่า ปริพาชก ผู้บรรลุ ธรรมที่ควรบรรลุ. [๓๗๑] ลำดับนั้น สภิยปริพาชก ชื่นชมอนุโมทนาภาษิตของ พระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว มีใจชื่นชม เพื่องฟู เบิกบาน เกิดปีติโสมนัส ลุกจากอาสนะ กระทำผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่าช้างหนึ่งแล้วประณมอัญชลีไปทางที่ พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ได้ชมเชยพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยคาถาอันสมควร ในที่เฉพาะพระพักตร์ว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้มีพระ- ปัญญาเสมอด้วยแผ่นดิน พระองค์ทรงกำจัด ทิฏฐิ ๓ และ ๖๐ ที่อาศัยคัมภีร์อันเป็นวาทะ เป็นประธานของสมณะผู้ลัทธิอื่น ที่อาศัย อักขระคือความหมายรู้กัน (ว่าหญิงว่าชาย)
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka