Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 47 หน้าที่ 541

เล่ม มมร. 47 หน้า 541 ข้อ 379
อนึ่ง คติ ศัพท์นี้ย่อมเป็นไปในประเภทของภพในเประโยคมีอาทิว่า ปญฺจ ปนิมา โข สารีปุตฺต คติโย ดูก่อนสารีบุตร ๆ ก็คติเหล่านี้แลมี ๕, เป็นไป ในที่เป็นที่อยู่ในประโยคมีอาทิว่า คติ มิคานํ ปวนํ ป่าใหญ่เป็นที่อยู่ของ เนื้อทั้งหลาย, เป็นไปในปัญญาในประโยคมีอาทิว่า เอวํ อธิมตฺตคติมนฺ โต มีปัญญายิ่งอย่างนี้, เป็นไปในความบริสุทธิ์ในประโยคมีอาทิว่า คติคตํ ถึงความ บริสุทธิ์. แต่ในที่นี้พึงทราบว่าเป็นไปในความสำเร็จ. ผู้ประกอบด้วยมหาปุริส- ลักษณะถึงจะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิก็จริง แต่ไม่เป็นพระพุทธเจ้า แต่ชน ทั้งหลายก็เรียกกันไปว่าอย่างนั้นอย่างนี้แหละ โดยสามัญสำนึก เพราะฉะนั้น จึงกล่าวว่า เยหิ สมนฺนาคตสฺส ผู้ประกอบด้วยมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ. บทว่า สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ คือ ถ้าอยู่ครองเรือน. บทว่า ราชา โหติ จกฺกวตฺตี จะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ความว่า ชื่อว่า ราชา เพราะยังชาวโลกให้ยินดีด้วยอัจฉริยธรรมและด้วยสังคหวัตถุ ชื่อว่า จักรพรรดิ เพราะยังจักรรัตนะให้หมุนไป ย่อมหมุนไปด้วยจักรอันเป็น สมบัติ ๔ อย่าง และยังผู้อื่นให้หมุนไปด้วยจักรสมบัติเหล่านั้น มีการหมุนไป แห่งจักรคืออิริยาบถเพื่อประโยชน์ผู้อื่น. ในสองบทนี้ บทว่า ราชา เป็นชื่อ บทว่า จกฺกวตตี เป็นวิเสสนะ. ชื่อ ธมฺมิโก เพราะประพฤติโดยธรรม. อธิบายว่า เป็นไปด้วยความรู้ ด้วยความเสมอ. ชื่อ ธมฺมราชา เพราะได้ ราชสมบัติโดยธรรมแล้วเป็นพระราชา. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อ ธมฺมิโก เพราะ บำเพ็ญธรรมเพื่อประโยชน์ผู้อื่น. ชื่อ ธมฺมราชา เพราะบำเพ็ญเพื่อประโยชน์ ตน. ชื่อว่า จาตุรนฺโต เพราะเป็นใหญ่ในแผ่นดินมีมหาสมุทร ๔ เป็น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka