Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 640

<< | หน้าที่ 640 | >>
{๓๗๙} ต่อมา ท่านพระเสละพร้อมด้วยภิกษุผู้เป็นบริวารจากไปอยู่เพียงลำพัง ไม่ประมาท มีความเพียร อุทิศกายและใจ ไม่นานนักก็ทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์ยอดเยี่ยมอันเป็น ที่สุดแห่งพรหมจรรย์ ที่กุลบุตรทั้งหลายออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการ ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง เข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน รู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป

จึงเป็นอันว่า ท่านพระเสละพร้อมด้วยภิกษุผู้เป็นบริวารได้เป็นพระอรหันต์ จำนวนหนึ่งในบรรดาพระอรหันต์ทั้งหลาย

ครั้งนั้น ท่านพระเสละพร้อมด้วยภิกษุผู้เป็นบริวารได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มี พระภาคถึงที่ประทับ ห่มจีวรเฉวียงบ่า ประคองอัญชลีไปทางพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ได้กราบทูลด้วยคาถาว่า

[๕๗๖] ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้มีพระจักษุ

ข้าพระองค์ทั้งหลายถึงพระองค์เป็นสรณะครบ ๘ วันนับจากวันนี้

จึงเป็นอันว่าข้าพระองค์ทั้งหลายฝึกฝนตนสำเร็จ

ในศาสนาของพระองค์ใช้เวลา ๗ วันเท่านั้น

[๕๗๗] พระองค์ทรงเป็นสัพพัญญูพุทธเจ้า

เป็นพระศาสดา เป็นพระมุนีครอบงำมารได้

ทรงตัดอนุสัยกิเลสได้ ทรงข้ามห้วงน้ำใหญ่คือสงสารได้แล้ว

ยังทรงช่วยหมู่สัตว์นี้ให้ข้ามตามไปได้ด้วย

[๕๗๘] พระองค์ทรงล่วงพ้นอุปธิกิเลสได้

ทำลายอาสวะได้แล้ว ไม่มีอุปาทาน

ละความหวาดกลัวภัยได้ เหมือนพญาราชสีห์ไม่กลัวต่อหมู่เนื้อ

๑ ดูข้อ ๕๕๑-๕๕๒ หน้า ๖๒๘-๖๒๙ ในเล่มนี้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka