Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 47 หน้าที่ 805

เล่ม มมร. 47 หน้า 805 ข้อ 419
เป็นผู้เขลา เป็นผู้มีธรรมไม่บริสุทธิ์ ก็พึง นำความทะเลาะวิวาทมาให้แก่ตนถ่ายเดียว. เดียรถีย์นั้น ตั้งอยู่ในการวินิจฉัย ทิฏฐิแล้ว นิรมิตศาสดาเป็นต้นขึ้นด้วยตนเอง ก็ต้องวิวาทกันในโลกยิ่งขึ้นไป บุคคลละการ วินิจฉัยทิฏฐิทั้งหมดแล้ว ย่อมไม่กระทำ ความทะเลาะวิวาทในโลก ฉะนี้แล. จบจูฬวิยูหสูตรที่ ๑๒ อรรถกถาจูฬวิยูหสูตรที่ ๑๒ จูฬวิยูหสูตร มีคำเริ่มต้นว่า สกํ สกํ ทิฏฺิปริพฺพสานา สมณ- พราหมณ์ทั้งหลายยึดมั่นอยู่ในทิฏฐิของตน ๆ ดังนี้เป็นต้น. พระสูตรนี้มีการเกิดขึ้นเป็นอย่างไร ? ในมหาสมัยนั้นเหมือนกัน พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพระสูตรนี้ก็เพื่อ ประกาศความนั้นแก่เทวดาบางพวกผู้มีจิตเกิดขึ้นแล้วว่า ผู้ถือทิฏฐิเหล่านี้ ทั้งหมดกล่าวว่า เราเป็นผู้ดี ผู้ถือทิฏฐิว่าเราเป็นผู้ดีเหล่านี้ตั้งอยู่ในทิฏฐิของตน เท่านั้นหรือว่ารับทิฏฐิแม้อื่นด้วยทรงให้พระพุทธนิมิตถามพระองค์โดยนัยก่อน นั่นแล. ในสูตรนั้นสองคาถาข้างต้นเป็นคาถาถามนั่นเอง. ในคาถาเหล่านั้น คาถาว่า สกํ สกํ ทิฏฺิปริพฺพสานา คือยึดมั่นอยู่ในทิฏฐิของตน ๆ. บทว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka