หม้อ ซึ่งได้ชื่อว่า ปทุม เพราะมีสีผิวเสมอกับปทุม. บทว่า ปทุม-
ปตฺตกฺขิ แปลว่า ดูก่อนเทพธิดา ผู้มีดวงตากลมเสมือนกลีบปทุม. บทว่า
ปทุมุปฺปลชุตินฺธโร ได้แก่ ชื่อว่า ปทุมุปปลชุตินธร เพราะทรงไว้
ซึ่งความรุ่งเรืองแห่งดอกปทุมและอุบล ซึ่งโชติช่วงแผ่ซ่านไปในที่นั้น ๆ
เพราะเป็นช้างที่มีเรือนร่างประดับมาลัย ดอกปทุมและดอกอุบลอันเป็น
ทิพย์. บทว่า ปทุมจุณฺณาภิกิณฺณงฺโค ได้แก่ มีเนื้อตัวที่ดารดาษไป
โดยรอบด้วยกลีบช่อและเกสรปทุม. บทว่า โสวณฺณโปกฺขรมาลวา
ได้แก่ มีภาระคือมาลัยดอกปทุมทอง.
บทว่า ปทุมานุสฏํ มคฺคํ ปทุมปตฺตวิภูสิตํ ประกอบความว่า
ช้างเดินไปยังทางที่เรียงรายเกลื่อนกล่นด้วยเหล่าดอกปทุมขนาดใหญ่ ซึ่ง
รองรับเท้าช้างนั้นทุก ๆ ย่างก้าว และประดับด้วยเหล่ากลีบปทุมเหล่านั้น
ซึ่งมีสีสันต่าง ๆ อันหมุนไปได้ทั้งข้างโน้นข้างนี้ เพราะตกแต่งไว้เป็น
พิเศษ. บทว่า ีตํ นี้ เป็นวิเสสนะของบทว่า มคฺคํ. อธิบายว่า ทาง
ซึ่งประดับด้วยกลีบปทุมตั้งอยู่แล้ว. บทว่า วคฺคุ แปลว่า ทอง. คำนี้
เป็นกิริยาวิเสสนะ. มอักษรทำหน้าที่บทสนธิต่อบท. บทว่า อนุคฺฆาติ
แปลว่า ไม่กระเทือน. อธิบายว่า ไม่ทำความกระเทือนแม้นิดหนึ่งแก่
ผู้นั่งอยู่บน [หลัง] ของตน. บทว่า มิตํ แปลว่า เนรมิตแล้ว.
อธิบายว่า เลยก้าวย่างไป. ในคำนี้ มีความดังนี้ว่า ทองนี้ชื่อว่าวัคคุไป
กับเท้าที่ย่าง. อีกนัยหนึ่ง บทว่า มิตํ แปลว่า นับรอบแล้ว คือ
ประกอบด้วยความพอเหมาะ. ท่านอธิบายว่า ไม่เร็วนัก ไม่ช้านัก.
บทว่า วารโณ แปลว่า ช้าง. จริงอยู่ ช้างนั้นท่านเรียกว่า วารณะ
เพราะห้ามกันข้าศึก และห้ามกันสิ่งกีดขวางทางเดิน.