เทวดาองค์นั้น ถูกพระเถระถามอย่างนี้แล้ว จึงตอบปัญหา. เพื่อ
แสดงความข้อนั้น พระธรรมสังคาหกาจารย์ [ผู้ร่วมทำสังคายนา]
ทั้งหลายจึงกล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
เทวดาองค์นั้น ถูกท่านพระโมคคัลลานะถาม
แล้วดีใจ จึงพยากรณ์ปัญหาด้วยอาการที่ท่านถามถึง
กรรมที่มีผลอย่างนี้.
ความของคาถานั้น กล่าวมาแล้วในหนหลังนั้นแล. คาถาเทวดา
กล่าวไว้ดังนี้ว่า
ดิฉันเห็นพระเถระ ผู้พร้อมด้วยคุณ เข้าฌาน
ยินดีในฌานสงบ ได้ถวายอาสนะที่ปูลาดด้วยผ้าโรย
ด้วยดอกไม้. ดิฉันเลื่อมใสแล้วโปรยดอกปทุมรอบ ๆ
อาสนะครึ่งหนึ่ง. อีกครั้งหนึ่งเอาโปรยลง [ดังฝน]
ด้วยมือตนเอง. ผลเช่นนี้เป็นผลแห่งกุศลกรรมนั้น
ของดิฉัน ดิฉันอันทวยเทพสักการะเคารพนบนอบ
แล้ว. ผู้ใดแล เลื่อมใสแล้ว ถวายอาสนะแก่ท่าน
ผู้เป็นพรหมจารี ผู้หลุดพ้นโดยชอบ ผู้สงบ ผู้นั้น
ก็บันเทิงเหมือนอย่างดิฉัน. เพราะฉะนั้นแล ผู้รักตน
หวังความเป็นใหญ่ ก็ควรถวายอาสนะแด่ท่านผู้ทรง
เรือนร่างครั้งสุดท้าย [พระอรหันต์].
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า คุณสมฺปนฺนํ ได้แก่ ผู้ประกอบด้วย
คุณของพระสาวกทุกอย่าง หรือบริบูรณ์ด้วยคุณเหล่านั้น. เทวดาแสดง
สมบัติชั้นยอดของสาวกบารมีญาณ ด้วยบทนี้. บทว่า ฌายึ ได้แก่ ผู้มี