Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 48 หน้าที่ 100

เล่ม มมร. 48 หน้า 100 ข้อ 12
แก่ท่าน ดิฉันครั้งเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญใด เพราะ บุญนั้น ดีฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรื่องอย่างนี้ และวรรณะ ของดีฉันจึงสว่างไสวไปทุกทิศ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เวฬุริยถมฺภํ แปลว่า มีเสาเป็นแก้ว ไพฑูรย์. บทว่า รุจิรํ ได้แก่ น่ารื่นรมย์. บทว่า ปภสฺสรํ ได้แก่ ส่องสว่างอย่างยิ่ง. บทว่า อุจฺจาวจา แปลว่า สูงและต่ำ อธิบายว่า มี อย่างต่าง ๆ. บทว่า อุปาสิกา ได้แก่ สตรีผู้ตั้งอยู่ในคุณลักษณะของอุบาสิกา ด้วยการถึงสรณะ. จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ดูก่อนเจ้ามหานาม โดยเหตุเท่าใดแล อริยสาวกย่อมถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ ถึงพระธรรม เป็นสรณะ ถึงพระสงฆ์เป็นสรณะ ดูก่อนเจ้ามหานาม ด้วยเหตุเท่านั้นแล อริยสาวก ชื่อว่าเป็นอุบาสก. ด้วยบทว่า จกฺขุมโต เทวดาองค์นั้นครั้นแสดงอาสยสุทธิ [สรณะ ที่พึ่ง ] ด้วยการระบุความที่ตนเป็นอุบาสิกาของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ผู้มีจักษุ โดยจักษุทั้ง ๕ อย่างนี้แล้ว เพื่อจะแสดงประโยคสุทธิ [ ข้อปฏิบัติ ] จึงกล่าวว่า งดเว้นการฆ่าสัตว์เป็นต้น. นางกล่าวถึงเจตนางดเว้นการ ประพฤติผิด [ ในกาม ] ด้วยคำว่า สเกน สามินา อโหสึ ตุฏฺา ยินดี กับสามีของตน ในคาถาคำตอบนั้น คำที่เหลือ ก็เช่นเดียวกับคำที่กล่าว มาแล้วในหนหลัง. จบอรรถกถาทุติยปติพพตาวิมาน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka