พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันกลันทกนิวาปสถาน
กรุงราชคฤห์. ในกรุงราชคฤห์นั้น มีหญิงคนหนึ่ง มีศรัทธาเลื่อมใส ได้
เห็นพระขีณาสพรูปหนึ่งกำลังเที่ยวบิณฑบาต นิมนต์ให้ท่านเข้าไปเรือน
ของตนแล้ว ได้ถวายโภชนาหาร. สมัยต่อมา นางทำกาละตายไปบังเกิด
ในภพดาวดึงส์. คำที่เหลือก็เหมือนกับวิมานติด ๆ กันนั่นเอง.
พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพธิดานั้น ด้วยคาถานี้ว่า
ท่านมีวรรณะงาม มีรัศมีสว่างไสวไปทุกทิศ
เหมือนดาวประกายพรึก เพราะบุญอะไร ท่านจึงมี
วรรณะเช่นนี้ ฯ ล ฯ และรัศมีของท่านจึงสว่างไสว
ไปทุกทิศ.
เทพธิดานั้น ถูกพระโมคคัลลานเถระถามแล้ว
ดีใจ ก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า
ในชาติก่อน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ในมนุษยโลก
ดีฉันได้พบพระพุทธเจ้า ผู้ปราศกามกิเลสธุลี ผ่องใส
ไม่ขุ่นมัว ดีฉันเลื่อมใสได้ถวายภิกษาแด่พระองค์
ด้วยมือตนเอง เพราะบุญนั้น ดีฉันจึงมีวรรณะเช่นนี้
ฯ ลฯ และรัศมีของดีฉันจึงสว่างใสไปทุกทิศ.
จบอรรถกถาทุติยภิกษาทายิกาวิมาน
จบกถาพรรณนาความแห่งจิตตลดาวรรคที่ ๒ ซึ่งประดับด้วยเรื่อง
๑๑ เรื่องในวิมานวัตถุ ในอรรถกถาขุททกนิกาย ชื่อปรมัตถทีปนี ด้วย
ประการฉะนี้.